เมื่อถูกสายตาสองคู่จับจ้องไม่ไหวติง หลินเมิ้งหยาจึงทำได้เพียงวางหนังสือในมือลง ก่อนจะลืมตาโตจ้องมองทั้งสองกลับไป
ไม่นาน หรูเยว่ที่ถูกหลินเมิ้งหยาจ้องเขม็งไม่อาจอดรนทนไหว
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูไปร่ำเรียนสิ่งเหล่านี้มาจากที่ใดกัน! เหตุใดไม่สอนข้าบ้างล่ะเจ้าคะ!”
หรูเยว์บ่นอุบ ทว่าหลินเมิ้งหยากลับไม่สนใจนาง
นางเบือนหน้า สายตาจับจ้องไปทางเด็กหนุ่มร่างกายซูบผอม
“เจ้าชื่อว่าอะไร?” เด็กหนุ่มมีสติกว่าหรูเยว่ ใบหน้าแดงก่ำ ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความกล้า
“พวกเขา…พวกเขาเรียกข้าน้อยว่าสือโถวขอรับ” เสียงของเด็กหนุ่มเบาจนแทบจะไม่ได้ยิน ทว่ากลับดังมากเพียงพอที่จะทำให้หัวใจของหลินเมิ้งหยาสั่นไหว
“บ้านของเจ้าอยู่ที่ไหน? ยังมีครอบครัวอยู่หรือไม่?” หลินเมิ้หงยาเป็นคนที่ช่วยใครก็มักจะช่วยให้ถึงที่สุด นางอยากส่งเด็กคนนี้กลับไปหาครอบครัวของเขา
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะส่ายหน้า ราวกับว่านึกเรื่องบางอย่างที่น่าสลดใจขึ้นมาได้
“นับตั้งแต่ที่ข้าน้อยจำความได้ ข้าน้อยก็เร่ร่อนอยู่กับขอทานเฒ่า ต่อมาคนกลุ่มนี้บังเอิญเจอข้าน้อยเข้า พวกเขาจึงทำร้ายขอทานเฒ่าจนตายแล้วแย่งข้าน้อยไป ข้าน้อยได้ยินเหมาซานเล่าว่าพวกเขาจะขายข้าน้อยให้กับครอบครัวเศรษฐีเพื่อนำไปเป็นหลวนถ่ง1 เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงใช้ข้าน้อยทำเรื่องเพียงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้และไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส”
หัวใจของหลินเมิ้งหยารู้สึกหนักอึ้ง
ใบหน้าเย็นชายิ่งกว่าเกล็ด