นับเป็นอีกเรื่องที่พระชายาจะต้องเรียนรู้ หลินเมิ้งหยาไม่พูดแทรกและทำเพียงมองดูเงียบๆ
นางพาหรูเยว่มาด้วย ฉะนั้นหรูเยว่จำเป็นต้องเรียนรู้ธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์ให้ลึกซึ้ง หากนางยังคงไร้เดียงสาเหมือนก่อน เกรงว่าอีกไม่นานคงถูกเอาชีวิตเป็นแน่
หากยังอยากมีชีวิตอยู่ พวกนางจะต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง
“เพคะ ท่านน้า” หรูเยว่ที่เคยถูกอบรมสั่งสอนจนชินตั้งแต่ตอนอยู่ที่บ้านสกุลหลินรีบปรับเปลี่ยนท่าทางเป็นจริงจังทันที ทว่าดวงตากลมโตทั้งสองข้างกลับจับจ้องมองทางคุณหนูของตนเองด้วยท่าทางน่าสงสาร
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจแล้วลุกขึ้น สุดท้ายหรูเยว่ก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น
“น้าจิ่นเยว่ ที่นี่ไม่มีกฎข้อบังคับเข้มงวดเช่นนั้น เอาเป็นว่าค่อยทำการสั่งสอนนางพรุ่งนี้แล้วกัน” หรูเยว่รู้สึกประหนึ่งได้เห็นดวงดาวช่วยชีวิต นางรีบเข้ามาหลบด้านหลังคุณหนู ก่อนจะแอบมองน้าจิ่นเยว่
แน่นอนว่าจิ่นเยว่เข้าอกเข้าใจหลินเมิ้งหยาเป็นอย่างดี นางถวายคำนับ ก่อนจะกลับออกไป
“คุณหนูเจ้าคะ นางเป็นใครกัน ทำไมถึงได้ดุเช่นนี้” หรูเยว่ลูบไล้หน้าผากของตนเองขณะมองทางหลินเมิ้งหยา
“นางคือคนสนิทของพระสนมเต๋อเฟยเหนียงเหนียง ต่อจากนี้พวกเจ้าจะต้องอยู่ใต้อาณัติของนาง อีกอย่าง เจ้าจะต้องตั้งใจร่ำเรียนกฎระเบียบ หากภายภาคหน้าเกิดเรื่องอันใดขึ้นมา ข้าจะพาเจ้าออกไปข้างนอกได้อย่างไร”
การเล่นกับอำนาจ มิต่างอะไรกับการเล่นจิตใจคน
นางไม่ได้หวังให้หรูเยว่เป็