หนึ่งเดือนต่อมา
หลังจากแวะพักตามจุดต่างๆ เพื่อเติมพลังและรับส่งผู้โดยสาร เรือสมบัติข้ามมิติในที่สุดก็มาถึงเขตเทียนไห่
ซูเฉินก็ลืมตาตื่นจากการบ่มเพาะเช่นกัน
พลังบ่มเพาะของเขาทะลวงถึงขั้นสูงสุดของขอบเขตขุนนางยุทธ์ระดับหก
ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการที่เขาจงใจกดพลังไว้ เพื่อวางรากฐานให้มั่นคง
ซูเฉินอุ้มจิ้งจอกขาวออกมายังดาดฟ้าเรือ
ท้องฟ้าสูงโปร่ง เมฆบางเบา สายลมพัดผ่านอย่างแผ่วเบา
เบื้องล่างเป็นขุนเขาสลับซับซ้อน เขียวชอุ่มด้วยแมกไม้ พลังวิญญาณอันหนาแน่นล่องลอยอยู่ทั่ว กลั่นตัวเป็นหมอกวิญญาณหลากสีที่เปล่งประกายภายใต้แสงแดด
ทิวทัศน์งดงามล้ำค่า
“ซูเฉิน ข้าหิวอีกแล้ว!”
จิ้งจอกขาวมองซูเฉินด้วยสายตาออดอ้อน เสียงเด็กหญิงวัยเจ็ดแปดขวบดังขึ้นในจิตของเขา
หลังจากพักฟื้นมาหนึ่งเดือน อาการบาดเจ็บของมันก็ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย และสามารถสื่อสารกับซูเฉินผ่านพลังจิตได้
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เห็นศิลาวิญญาณระดับสูงของซูเฉิน เจ้าจิ้งจอกขาวก็ไม่ชายตามองศิลาวิญญาณระดับกลางอีกเลย และคอยขอศิลาวิญญาณระดับสูงจากเขาทุกวัน
“เจ้ากินมากขนาดนี้ ข้าเลี้ยงไม่ไหวหรอกนะ!”
ซูเฉินกล่าวอย่างจนใจ
แต่เขาก็ยังหยิบศิลาวิญญาณระดับสูงออกมาก้อนหนึ่