ในตอนที่หลินเมิงหยายังสติฟั่นเฟือน นางไม่มีเรื่องอื่นใดให้ทำ แต่ถึงกระนั้นนางกลับยังไม่ลืมเนื้อหาในหน้าหนังสือ ดังนั้นข้อมูลต่างๆ จึงยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
“โอ้! ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง! แต่คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูมอบแหวนหยกให้กับเถ้าแก่ร้านไปแล้ว ท่านไม่กลัวเขาจะไม่นำมันมาคืนหรือเจ้าคะ?”
เพียงได้เห็นแหวนหยกวงนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นของมีราคา ปกติแล้วคุณหนูของนางไม่มีเครื่องประดับอันใด หากเจ้าของร้านเกิดละโมบขึ้นมา คุณหนูของนางไม่ขาดทุนหรอกหรือ?
“เขาไม่กล้าหรอก” เสียงสงบนิ่งแต่เจือไว้ซึ่งความมั่นใจ หลินเมิ้งหยาไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับเครื่องประดับเหล่านั้นอีก ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของนางอยู่ที่หนังสือ
เนื้อหาส่วนใหญ่ของคัมภีร์หลินอันมักจะเกี่ยวกับงานบ้านงานเรือนของราชวงศ์ก่อนหน้าและวัฒนธรรมประเพณี นางคิดไม่ถึงเลยว่าท่านอ๋องอวี้จะมีงานอดิเรกเช่นนี้
คนเราไม่อาจตัดสินกันด้วยหน้าตาจริงๆ
จู่ๆ รถม้าที่แล่นด้วยความเร็วก็หยุดลงกะทันหัน ขณะเดียวกันเสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นรอบๆ บริเวณ คิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดเข้าหากัน
หรูเยว่รีบแหวกผ้าม่านออกเพื่อสอบถามองครักษ์อารักขาด้านนอก
“ไม่รู้ว่าเป็นเด็กวัยรุ่นมีตาหามีแววจากที่ใดกัน อยู่ๆ ก็พุ่งตัวออกมาร้านค้าจนชนเข้ากับรถม้าของพวกเรา คุณหนูรอสักครู่นะเจ้าคะ องครักษ์หลินบอกว่าใกล้จะจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
โอ้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอกับพวกมิจฉาชีพวิ่งชน