“ฮูหยินน้อย ถึงร้านว่านเหย้าเก๋อแล้วขอรับ” คนคุมบังเหียนถูกสั่งให้เปลี่ยนคำพูดแทนตัวหลินเมิ้งหยา
มือเรียวยาวสีขาวประดุจหิมะคู่หนึ่งแหวกผ้าขนแกะออก จากนั้นหญิงสาววัยรุ่นหน้าตางดงามจึงเดินออกมา
ทั้งลูกค้าและผู้ช่วยในร้านว่านเหย้าเก๋อต่างพากันชะเง้อชูคอดูคนที่กำลังลงจากรถม้า
ไม่รู้ว่าเป็นคนใหญ่คนโตจากที่ไหนจึงดูยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
หญิงสาวลุกออกจากที่นั่ง จากนั่นฮูหยินหน้าตางดงามท่านหนึ่งจึงเดินออกมา
แม้อายุจะยังน้อย ทว่าใบหน้านั้นกลับดูสง่างามและไร้ซึ่งความหวั่นเกรง คนที่ได้มองต่างพากันรู้สึกเคารพนับถือ
ดวงตาเปล่งประกายราวกับหยดน้ำ ทว่ากลับส่งความรู้สึกหนาวเหน็บจนถึงกระดูก สายตาเคลื่อนคล้อยชำเลืองมองไปรอบๆ จนทำให้ลูกค้าและผู้ช่วยงานประจำร้านรู้สึกกดดัน ไม่มีใครกล้าสบตาและพากันก้มลงมองมือของตนเอง
น่าแปลกจริงๆ ไม่รู้ว่านางเป็นลูกหลานของคนใหญ่คนโตตระกูลไหน เหตุใดจึงมีท่าทางสง่างามถึงเพียงนี้
“เถ้าแก่ ด้านนอกมีสาวงามมาที่ร้านขอรับ!” ลูกจ้างท่าทางฉลาดเฉลียวรีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสอง เถ้าแก่ร้านเคยเห็นผู้คนมามากมาย ดังนั้นแผนการจึงปรากฏขึ้นในใจ
“รีบไปเชิญขึ้นมาบนชั้นสองแล้วพาไปที่ห้องส่วนตัว เอาชามาด้วย”
ที่นี่คือร้านยาว้านเหย้าเก๋อที่คนคุมบังเหียนรถม้าบอกอย่างนั้นหรือ? สมคำร่ำลือจริงเชียว หลินเมิ้งหยาใช้จมูกสูดลมหายใจเข้าเพื่อดมกลิ่นหอมของยา เมื่อลองวิเคราะห์ดูแล้ว ยาเหล่านี้แม้จะมีไม่ถึงหมื่น