ึงที่สุด!” พลิกดูแหวนหยกอีกครั้ง หัวใจรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า
สายตาจ้องมองไปทางบ่าวรับใช้ของพระชายาที่ถือกล่องยาสิบกล่องออกไปตาไม่กะพริบ เถ้าแก่ร้านรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน
หากต่อไปสามารถขายดีเป็นเทน้ำเทท่าได้เช่นนี้ ร้านว่านเหย้าเก๋อของเขาคงได้กำไรมหาศาล
“ใครก็ได้เข้ามา รีบเอาตั๋วเงินของฮูหยินคนเมื่อครู่มาให้ข้า ข้าจะเก็บไว้ข้างกาย” ตั๋วเงินที่เชื้อพระวงศ์ใช้ล้วนถูกประทับตราธนารักษ์ คนทั่วไปแม้แต่จะมองยังไม่ได้รับอนุญาต
“เถ้าแก่ขอรับ…พระชายาไม่ได้ให้ตั๋วเงินหรือเงินสดเอาไว้เลยขอรับ แต่พระองค์ทิ้งสิ่งนี้เอาไว้” ผู้ช่วยร้านส่งกระดาษแผ่นบางๆ ไปให้ เถ้าแก่ร้านถึงกับกระอักเลือด
สวรรค์ทรงโปรด! พระชายาของท่านอ๋องอวี้ผู้สูงศักดิ์แปะโป้งเอาไว้ก่อนอย่างนั้นหรือ! อีกทั้งยังลงพระนามเต็มของท่านอ๋องอวี้ว่าหลงเทียนอวี้อีกด้วย
เถ้าแก่อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก สุดท้ายทำได้เพียงกำแหวนหยกที่ได้มาและบ่นพึมพำในใจ
หวังว่าพระชายาอ๋องอวี้จะไม่เบี้ยวหนี้! มิเช่นนั้นเขาคงเสียทั้งฮูหยินและรี้พล1
บนรถม้า หรูเยว่แอบหัวเราะ
เมื่อครู่คุณหนูของนางอ้างชื่อของท่านอ๋องอวี้ในการเขียนสัญญาแปะโป้ง
นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นการชักดาบซึ่งหน้า
“คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดเถ้าแก่ร้านว่านเหย้าเก๋อจึงล่วงรู้ถึงสถานะของคุณหนูหรือเจ้าคะ?” นางเอียงศีรษะ มือปอกส้มอีกลูกให้กับหลินเมิ้งหยา ตอนนี้นางไม่เข้าใจคุณหนูของตนเองเลยแม้แต่น้อย