ๆ นางก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของฮองเฮาแต่เพียงเท่านั้น“ช่างเถิดเสี่ยวเต๋อจื่อ นางเป็นน้องสาวของข้า ข้าเชื่อว่านางคงลืมกฎระเบียบเพียงชั่วครู่เท่านั้น ตอนนี้เวลาไม่คอยท่าแล้ว ท่านอ๋องยังมีงานให้ต้องทำ ท่านแม่ เม่ยเม่ย หย๋าเอ๋อร์คงมิรบกวนพวกท่านแล้ว”เอ่ยเพียงเท่านี้ ก่อนที่หลินเมิ้งหยาจะหมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องรับแขกแห่งบ้านสกุลหลิน หลงเทียนหยู๋รีบสาวเท้าเดินตาม บรรดาข้าทาสบริพานเองก็เช่นกันเป็นภาพการเสด็จของเชื้อพระวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ ทว่าหลินเมิ้งหวู่และซ่างกวนชิงทำได้เพียงคุกเข่าส่งผู้สูงศักดิ์ทั้งสองกลับเท่านั้น“ท่านแม่ ดูนั่นซิเจ้าคะ นั่นนังหรู๋เยว่ข้าทาสประจำเรือนของหลินเมิ้งหยามิใช่หรือ? เหตุใดนางจึงเดินตามขบวนเสด็จไป ข้าจะไปตามนางกลับมา…” หลินเมิ้งหวู่ที่เพิ่งจะลุกขึ้นถูกซ่างกวนชิงรั้งเอาไว้พลางส่ายหน้า ดวงตาทั้งสองข้างเผยให้เห็นเปลวเพลิงแห่งโทสะแค่นหัวเราะเสียงเย็น เมื่อข้าทาสบริวารของตำหนักท่านอ๋องหยู๋ออกไปจนหมดแล้ว ซ่างกวนชิงจึงดึงตัวหลินเมิ้งหวู่ลุกขึ้น“พวกเจ้าออกไปให้หมด ให้แม่นมหลี่อยู่รับใช้ที่นี่แต่เพียงผู้เดียว” บ่าวไพร่ต่างพากันออกจากเรือน ไม่มีใครกล้าอยู่เลยแม้แต่คนเดียวภายในเรือน ตอนนี้เหลือเพียงเจ้าบ้านและแม่นมสามคนเท่านั้น ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเลือนหายไป สีหน้าของซ่างกวนชิงในเวลานี้มีเพียงความเกลียดชัง“เพล้ง….” เสียงดังขึ้น แจกันแก้วบนโต๊ะที่หลินเมิ้งหวู่ถืออยู่ในมือแ