ดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่จุดไฟในตะเกียง แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะปรากฏตัวขึ้น
“ท่านอ๋องมาจวนของพวกเราเป็นครั้งแรกคงจะยังไม่คุ้นชินสินะเพคะ?”
ซ่างกวนฉิงส่งยิ้มกว้าง นางถือกล่องข้าวมาที่เรือนหยาเตียพร้อมกับแม่นมหลี่เพียงคนเดียว
เหตุเพราะอาการไม่ปกติของหลินเมิ้งหยา ดังนั้นเรือนหยาเตียจึงไม่มีห้องครัว
อีกทั้งหลงเทียนอวี้ยังไม่ไว้หน้า เขานั่งกินข้าวกับหลินเมิ้งหยาที่เรือนเล็กหลังนี่ เพราะฉะนั้นซ่างกวนฉิงจึงต้องแบกหน้ามาหาเขาถึงที่นี่ด้วยตนเอง ถึงอย่างไรเขาก็จะเป็นคนที่มีความเกี่ยวพันกับหลินเมิ้งหวู่ในอนาคต
“ก็ดี”
สำหรับแขกที่เข้ามาวุ่นวายโดยไม่ได้รับเชิญเช่นนี้ ปกติแล้วหลงเทียนอวี้มักจะตอบเพียงสั้นๆ
อันที่จริงนอกจากหลินเมิ้งหยาแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกสนใจใครอื่นในจวนแห่งนี้เลย
“ล้วนเป็นความผิดของหม่อมฉันเอง ท่านอ๋องอวี้และพระชายาจึงต้องมาเห็นเรื่องตลกเช่นนี้ นี่เป็นขนมที่หม่อมฉันทำขึ้นในครัวเล็กๆ ที่เรือน หากกลางดึกเกิดหิวขึ้นมาจะได้มีอาหารรองท้องเพคะ”
หลงเทียนอวี้ไม่หันไปมองเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาในเวลานี้จับจ้องอยู่ที่ว่าวซึ่งกำลังถืออยู่ในมือ
หลินเมิ้งหยาบอกกับเขาว่านี่เป็นว่าวที่นางทำเองตอนอายุได้ห้าขวบ
นางเก็บรักษาสิ่งของเอาไว้ได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีส่วนชำรุดบ้างเล็กน้อย
แต่เด็กผู้หญิงที่สามารถทำว่าวตอนอายุห้าขวบขึ้นมาได้ช่างหายากยิ่ง
ตกลงแล้วเพราะเหตุอันใดจึงทำให้นางกลายเป็นคน