นับตั้งแต่วันที่เสด็จพ่อทรงประชวร นี่เป็นเวลากว่าสามปีแล้วที่พระองค์ไม่ได้ออกจากตำหนักเจิ้งเทียน
เสด็จพ่อ…ยังมีชีวิตอยู่จริงหรือ?
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันเก็บสัมภาระของเหนียงเหนียงเสร็จแล้ว ตอนนี้พร้อมที่จะเสด็จออกจากวังแล้วเพคะ”
หลงเทียนอวี้หมุนตัวมองดูหญิงวัยกลางคนซึ่งกำลังส่งยิ้มมาให้ตนเอง จิ่นเยว่คือนางในคนสนิทของหมู่เฟย นางเป็นเพ่ยเจี้ย1ของหมู่เฟย
“น้าเยว่ ตลอดหลายปีมานี้ท่านคงลำบากมากที่ต้องคอยปรนนิบัติรับใช้หมู่เฟย”
“หม่อมฉันเป็นเพ่ยเจี้ยของเหนียงเหนียง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้เห็นเหนียงเหนียงทุกข์ระทมและพยายามดิ้นรนเสมอมา หม่อมฉันเองก็รู้สึกเจ็บปวดใจไม่น้อย ทว่าวันนี้ท่านอ๋องได้อภิเษกสมรสมีพระชายาแล้ว เหนียงเหนียงจะได้คลายทุกข์และมีความสุขเสียที”
หลงเทียนอวี้ทำเพียงหยักหน้าลง แต่มิได้เอื้อนเอ่ยอันใด
เล่ห์กลในวังหลวงนั้นมากมายแลลึกล้ำเกินคณนา ฮองเฮาเป็นคนดื้อรั้นและไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น ไท่จื่อเองก็ขี้อิจฉาและขี้สงสัย การพาหมู่เฟยมาอยู่ด้วยไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
ภายในพระตำหนัก เสียงหัวเราะอย่างสุขสราญใจดังออกมา
ดูเหมือนว่าพระชายาพระองค์ใหม่นี้จะชอบทำให้คนอื่นรักใคร่เอ็นดูตัวเองเสียจริง
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ทำให้หมู่เฟยหัวเราะได้ ดูท่าแล้วเขาเองก็ต้องปกป้องดูแลนางด้วยสินะ!
ภายในพระตำหนัก หลินเมิ้งหยาที่กำลังพยายามสร้างเสียงหัวเราะให้กับพระสนมเต๋อเฟย ไม่อาจรู้เลยว่าตนเองเพิ่งจะได