งจากแต่งงานจึงถูกบ่าวไพร่แอบหัวเราะเยาะ
พระชายาพระองค์ใหม่เฉียบขาดยิ่งนัก ขนาดท่านอ๋องผู้เยือกเย็นยังสามารถกลายเป็นเปลวไฟอันแสนร้อนระอุได้
เพียงได้พบกับผั่วผั่ว พระชายาก็กลายเป็นที่รักใคร่เอ็นดูเกินกว่าใครจะแทรกแซง
ท่านอ๋องอวี้ผู้น่าสงสาร เพิ่งจะแต่งงานแท้ๆ แต่กลับถูกพระสนมแย่งพระชายาไปเสียนี่
ดูท่าแล้วต่อไปตำหนักท่านอ๋องอวี้แห่งนี้คงจะสนุกครึกครื้นขึ้นเป็นแน่แท้
“คารวะพระชายา ได้เวลาตื่นบรรทมแล้วเพคะ”
หลินเมิ้งหยาซึ่งกำลังนอนหลับอุตุอยู่ในใจกลางผ้าม่านถูกฉุดลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่กำลังสะลึมสะลือ
เมื่อคืนพระสนมเต๋อเฟยชวนนางคุยอยู่นาน นางที่เพิ่งจะได้นอนหลับไม่นานกลับถูกปลุกขึ้นมาเสียแล้ว
หลับตาแปรงฟันล้างหน้าพร้อมทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่นางจะถูกส่งตัวเข้าไปในเกี้ยวอีกครั้ง ตอนนี้เองหลินเมิ้งหยาเพิ่งจะได้รับแจ้งว่าวันนี้เป็นวันที่นางต้องกลับไปยังบ้านเกิด
ประเดี๋ยวก่อน! กลับบ้าน?
สติสตางค์ของหลินเมิ้งหยาพลันกลับมาชัดเจนยิ่งขึ้น ดวงตากลมโตเบิกกว้าง นางสามารถปิดบังเรื่องนี้กับคนทั้งโลกได้ ถึงอย่างไรก่อนที่ผู้หญิงจะออกเรือนก็ไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงได้พบเจอผู้คนไม่มากเท่าไร
แต่ว่า…หากกลับบ้านแล้วละก็ นั่นเท่ากับว่าจะต้องไปเจอกับคนในครอบครัวของหลินเมิ้งหยามิใช่หรือ?
ถ้าเช่นนั้นตัวนางเองจะไม่ถูกเปิดเผยหรืออย่างไร?
ความคิดแรกที่ปรากฏขึ้นมาคือการหนี
เหตุเพราะหากตัวตน