ู้หญิงเจ้าเล่ห์เช่นนี้เอาไว้ได้
“หม่อมฉันจะปฏิบัติตามพระประสงค์ของฮองเฮาและทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดเพคะ”
ฮองเฮาที่ได้สดับรับฟังผุดยิ้มขึ้นเล็กน้อย ในสายตาของผู้อื่น ฉากตรงหน้าคือการอบรมสั่งสอนด้วยความรักของผู้เป็นแม่และความกตัญญูของผู้เป็นลูก
ทว่าทุกคนต่างรู้ดีว่าแท้จริงแล้วฉากหลังมีคลื่นใต้น้ำรุนแรงมากเพียงไหน
“ไปคารวะพระสนมเต๋อเฟยเถิด วาสนาของน้องนางดีจริงเชียว ตอนนี้ลูกชายเติบใหญ่แล้ว อีกทั้งยังได้อภิเษกสมรสกับพระชายากิริยาวาจาดีเช่นนี้อีก น้องนางเองก็ควรจะออกจากวังไปเสพความสุขที่พระตำหนักอวี้บ้าง”
คำพูดของฮองเฮาดูผิวเผินเสมือนเป็นห่วงเป็นใยพระสนมเต๋อเฟย ทว่าในสายตาของหลงเทียนอวี้ มันกลับเจือไปด้วยการเย้ยหยัน
“นับตั้งแต่วันที่หม่อมฉันได้เข้ามาถวายการรับใช้ในวังหลวงก็ได้รับความเมตตาจากฮ่องเต้และฮองเฮาเสมอมา จึงมีวาสนาดีเช่นนี้ได้ พอมาถึงวันนี้ฮ่องเต้ทรงประชวร หม่อมฉันไม่กล้าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวหาความสุขให้ตนเองเพียงผู้เดียว หม่อมฉันต้องการถวายการรับใช้ฮ่องเต้ต่อไปเพคะ”
เป็นเสียงที่อ่อนโยนนุ่มนวลมากเหลือเกิน! หลินเมิ้งหยารู้สึกดีกับแม่สามีคนนี้มากแม้จะยังไม่เคยเจอะเจอหน้ากันมาก่อนก็ตาม
ทว่าภายใต้น้ำเสียงอ่อนโยนกลับแฝงไว้ซึ่งความโศกเศร้า
หากอ้างอิงจากหลักพันธุกรรม พระสนมเต๋อเฟยเหนียงเหนียงจะต้องงดงามมากเลยทีเดียว
หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ย่างเท้าไปยังตำ