หลินจะเป็นเพียงคนโง่เขลา ทว่านางก็พอจะได้ยินข่าวลือบางอย่างมาบ้าง
อย่างเช่นข่าวลือที่ว่าฮองเฮามิได้ชอบหน้าท่านอ๋องอวี้เท่าไรนัก ถ้าหากมิใช่เพราะอำนาจจากสกุลของพระสนมเต๋อเฟยและการปกป้องจากฮ่องเต้แล้วละก็ เกรงว่าป่านนี้เขาคงไม่ได้มีโอกาสมายืนลอยหน้าลอยตาเช่นนี้
อีกทั้งนางยังได้ยินข่าวลือที่ว่าการแต่งงานกับนางเองก็เป็นการอภิเษกสมรสพระราชทานด้วยเช่นกัน
“ขันทีผู้นี้สมควรตายพ่ะย่ะค่ะ”
หลงเทียนอวี้เชิดหน้าขึ้นสบตาฮองเฮาโดยไม่ขยับเขยื้อนร่างกายแต่อย่างใด ขันทีที่ถือแก้วชามาเมื่อสักครู่รีบร้อนคุกเข่าแล้วโขกศีรษะลงกับพื้นเพื่อร้องขอความเมตตา
ทุกคนต่างพากันคิดว่าฮองเฮาจะโกรธเกรี้ยวหลงเทียนอวี้ ทว่าพระนางกลับทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นเท่านั้น
“ในเมื่ออวี้เอ๋อร์รับสั่งว่าสมควรตาย ถ้าเช่นนั้นก็ลากตัวไปประหารเสียเถิด”
ตอนนี้สมองของหลินเมิ้งหยาไร้ซึ่งภาพแห่งความประทับใจต่อฮองเฮาพระองค์นี้อย่างสิ้นเชิง
แม้ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นเพียงขันที แต่ขันทีเองก็เป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ นี่ฮองเฮามองชีวิตมนุษย์ต่ำเสียยิ่งกว่ายอดหญ้าอีกอย่างนั้นหรือ
แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนาง
“ข้ามพิธียกน้ำชาไปเลยเถิด ขยับขึ้นมาข้างหน้าซี เปิ่นกง1 จะได้เห็นพระชายาของเจ้าชัดๆ”
คราวนี้สายตาของทุกคนพลันเหลือบมาทางหลินเมิ้งหยาแทน หลินเมิ้งหยาซึ่งกำลังก้มศีรษะอยู่ผุดยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะถึงคราวที่นางต้องออกสนามรบ