ใบหน้าหล่อเหลาแข็งทื่อ
ท่วงท่าในเวลานี้ดูคลุมเครือเสียเหลือเกิน
ทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น ใกล้เสียจนหลินเมิ้งหยาสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
“ขออภัยเพคะ ท่านอ๋องเจ็บหรือไม่ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ”
หลินเมิ้งหยารู้สึกผิดเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะอยู่ๆ นางก็ดึงเสื้อของหลงเทียนอวี้แล้วละก็ เขาก็คงไม่ล้มลงบนเตียงเช่นนี้
แม้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจะไม่เคยมีพระสนมในตำหนักอวี้แห่งนี้ แต่ถึงอย่างไรหลงเทียนอวี้ก็เป็นถึงองค์ชาย แน่นอนว่าเขาย่อมเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี
“ท่านอ๋องให้ความร่วมมือกับข้าในการแสดงให้คนด้านนอกนั้นฟังได้หรือไม่ ข้าสัญญาว่าจะบอกวิธีถอนยาพิษให้กับพระองค์อย่างแน่นอน”
พระเจ้า นี่เป็นเรื่องของพวกเขาทั้งคู่ แต่ทำไมดูจะมีเพียงหลินเมิ้งหยาที่เดือดเนื้อร้อนใจเล่า?
หลินเมิ้งหยาคิดไม่ถึงเลยว่าหลงเทียนอวี้จะไม่ปฏิเสธ เขาเหยียดกายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นฟาดมือลงไปบนเตียง
บนเตียงไม้แกะสลักขนาดใหญ่หลังนี้จึงเกิดเสียงดุเด็ดเข็ดฟันขึ้นมา
หลินเมิ้งหยาชะงัก เสียงนี้จะดังเกินไปหรือเปล่า?
ขันทีและข้าราชบริพารฝ่ายในต่างพากันเหลือกตาโตเมื่อได้ยินเสียงเหล่านั้น
“ขันทีหลี่ ท่านอ๋องอวี้ของพวกเราจะต้องเป็นมังกรผงาดอย่างแน่นอน ข้าที่เป็นหัวหน้านางในเคยฟังเสียงเตียงนอนขององค์ชายทั้งสิบสามพระองค์มาแล้ว มีเพียงเตียงของท่านอ๋องอวี้เท่านั้นที่ดังปานกำลังรื้อถอนเตียงเช่นนี้”
ใบหน้าของหลงเทียนอว