ี้เผยให้เห็นอาการนิ่งอึ้ง เส้นสีดำสามเส้นผุดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด
สายตาเย็นชาพลันเหลือบมองไปทางหน้าต่าง…ปากมากเสียจริง!
“หรือว่าไม่จริงล่ะ ท่านอ๋องของพวกเราเข้าห้องหอกันก็มากมายหลายพระองค์ แต่หามีพระองค์ไหนเร่าร้อนได้อย่างท่านอ๋องอวี้เลย”
เส้นสีดำบนใบหน้ายิ่งเพิ่มขึ้นมาอีกสามเส้น หากไม่ใช่เพราะยังอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างพิเศษเช่นนี้แล้วละก็ หลงเทียนอวี้คงพุ่งตัวออกไปฆ่านกกระจิบนกกระจอกที่ส่งเสียงกระซิบกระซาบอยู่ด้านนอกทั้งสองนั่นแล้ว
“แต่พระชายาพระองค์นี้…”
หลงเทียนอวี้เหลือบมองหญิงสาวซึ่งกำลังนั่งแอบอยู่อีกมุมหนึ่งของเตียง ในเมื่อบอกว่าเป็นการแสดงละคร แต่หากไม่มีนางเอกจะแสดงได้อย่างไรกัน
แววตาของเขาเผยให้เห็นความนึกสนุก ก่อนที่มือหนาจะยื่นเข้าไปหยิกหลินเมิ้งหยาหนึ่งที
“โอ๊ย…พระองค์ทำอะไร!”
เจ็บจริงๆ เลย! หลินเมิ้งหยาเกือบจะร้องไห้ออกมา นางถลึงตาใส่หลงเทียนอวี้ ทว่าเขากลับกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก
“แสดงละครไงล่ะ เจ้าเองก็ควรจะเสียสละตัวเองหน่อยมิใช่หรือ?”
เมื่อหลงเทียนอวี้เอ่ยชี้นำเช่นนั้น หลินเมิ้งหยาจึงเข้าใจได้ในทันที ดวงตาของนางกลอกขึ้นลงหนึ่งรอบ ก่อนจะใช้มือหยิกเข้าที่คอของตนเองแล้วแผดเสียงร้องออกมา
“อา…โอ้…โอ๊ย…อือ…”
ขณะที่หยิกคอของตนเอง หลินเมิ้งหยาพยายามส่งเสียงร้องให้เหมือนกับเสียงที่ตนเองเคยได้ยินมา
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย นักศึกษาหญิงที่ไร้ศีลธรรมมักจะดูหนังอย่างว่า