“อย่าเพิ่งเท้าความถึงยาชนิดอื่นเลย อันดับแรกเราควรพูดถึงต้นหยุนหลงหวู่ ต้นหยุนหลงวู่มิได้ส่งผลอันใดกับคนที่มีร่างกายปกติ ทว่ามันกลับเป็นยาถอนพิษชั้นเลิศ อีกทั้งยังหาได้ยากยิ่ง เกรงว่าทั่วทั้งปฐพีเมืองจิ้นจะมีเพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น”
น้ำเสียงของหลินเมิ้งหยาอ่อนโยนนุ่มนวล ทว่าท่าทางของนางกลับไม่เหมือนคุณหนูจากตระกูลชนชั้นสูงธรรมดาทั่วไป
เป็นเช่นนี้เองหรือ? คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดเข้าหากัน คุณหนูสกุลหลินผู้นี้ทำให้เขาต้องปรับมุมมองที่มีต่อนางใหม่เสียแล้ว
แม้แต่ชื่อยาเขายังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
“ข้าเคยได้ยินข่าวลือมาว่าคุณหนูใหญ่แห่งสกุลหลินเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา อีกทั้งยังมีพฤติกรรมที่สุดแสนจะทานทน” แม้จะเป็นคำพูดประหนึ่งกำลังประชดประชัน ทว่าหลินเมิ้งหยากลับหลุดหัวเราะ
“ท่านอ๋องเคยแต่เพียงได้ยินเท่านั้น ทว่าสิบปากว่ามิเท่าตาเห็น คนที่บอกว่าหม่อมฉันโง่และบ้าล้วนเป็นคนที่ไม่เคยเจอหม่อมฉันมาก่อนทั้งสิ้น ในเมื่อบัดนี้ท่านอ๋องได้เจอหม่อมฉันแล้ว ท่านอ๋องเห็นว่าหม่อมฉันคล้ายกับคนบ้าหรือโง่เขลาเบาปัญญาหรือไม่?
เมื่อสบโอกาส หลินเมิ้งหยาจึงส่งคำถามกลับไปหาหลงเทียนอวี้
เพราะประโยคที่ว่าสิบปากว่ามิเท่าตาเห็นจึงทำให้หลงเทียนอวี้ไม่อาจโต้เถียงได้
หรือความโง่เขลาที่ใครต่อใครพากันโจษจันจะเป็นเพียงกลอุบายในการป้องกันตัวเองของนางกันนะ?
ความรู้สึกดีที่มีต่อหลินเมิ้งหยาเริ่มลดฮวบฮาบลงไป
ภายในวังหลวง ทุกตาร