อย่างน้อยก็ไม่มีในความคิดของอันหลิน
อีกฝ่ายเป็นผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่า ทุ่มเทชีวิตต่อสู้ในเขตดารามายาร่วมสิบวัน อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีสมบัติพัสถานบ้างแล้วละมั้ง…
ขณะที่อันหลินกำลังลังเลอยู่นั้น จู่ๆ ท้องของเสวี่ยจ่านเทียนก็ร้องจ๊อกๆ ขึ้นมา
“นายท่าน ข้าขอไปทำธุระหน่อย” เสวี่ยจ่านเทียนกระพือปีกแล้วบินขึ้น
“ธุระอะไร” อันหลินกะพริบตาอย่างสงสัย
“เมื่อครู่กินผลวิเศษธาตุน้ำแข็ง กินเร็วเกินไป ธาตุน้ำแข็งหนักหน่วงไปหน่อย ไม่สบายท้อง ท้องเสียนิดหน่อย…” เสวี่ยจ่านเทียนพูดอย่างกระดากอาย
มุมปากของอันหลินกระตุกเล็กน้อย เขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกว่ากินผลวิเศษแล้วท้องเสีย
แต่จู่ๆ ดวงตาของเขาก็พราวระยับขึ้นมา ความคิดล้ำเลิศผุดวาบขึ้นในใจ
“เสี่ยวเทียน…” ใบหน้าอันหลินฉายรอยยิ้มมีเลศนัย
“ขอรับ!” เสวี่ยจ่านเทียนกลืนน้ำลาย ไม่รู้ว่านายท่านคิดเรื่องประหลาดอะไรได้อีก
“เจ้าจะทำธุระไม่ใช่หรือ จัดการที่นี่ได้เลย…” อันหลินชี้ฝาโลงหยกสีเลือดแล้วหัวเราะหึๆ
เสวี่ยจ่านเทียน “…”
“นายท่าน...ท่านคิดว่าข้าเป็นอสูรวิญญาณเหมันต์ที่หน้าด้านไร้ยางอายพรรค์นั้นหรือ!” ดวงตากลมโตปริ่มน้ำตาของเสวี่ยจ่านเทียนจ้องอันหลินเขม็ง
อัน