ู่ดวงจิต ทำให้การหยั่งรู้ของอันหลินยิ่งใหญ่มากขึ้น
รอยตราสีทองกะพริบบนหน้าผากของอันหลิน ลักษณะข้าเป็นหนึ่งเดียวในหล้าก็แผ่ซ่านตามไปด้วย ทำให้เสวี่ยจ่านเทียนเกิดความรู้สึกอยากจะคุกเข่าศิโรราบบัดเดี๋ยวนั้นเลย
“นายท่านของข้าแข็งแกร่งที่สุดจริงๆ! ความน่าเกรงขามที่ไร้เทียมทานเช่นนี้ ความอหังการที่ไร้ผู้ใดต้านเช่นนี้มันช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน…” เสวี่ยจ่านเทียนสั่นสะท้านไปทั้งตัว ดวง ตากลมโตดำขลับจวนจะมีปริ่มออกมาแล้ว ไม่รู้ว่าตื้นตันจนจะร้องไห้หรือตื่นเต้นจนจะร้องไห้
รอยตราสีทองหายไป
อันหลินลืมตาที่พร่างพรายดุจดาราขึ้นแล้วพรูลมหายใจยาว สัมผัสพลังภายในร่างกาย ยิ้มบางๆ พลางเอ่ยว่า “ข้า…ไร้เทียมทานแล้ว!”
เสวี่ยจ่านเทียนก็พูดอย่างตื่นเต้นว่า “นายท่าน! พวกเราจะไปทลายผืนฟ้าเมื่อใด”
อันหลิน “…”
“เจ้าลองชกข้าหน่อย” อันหลินบิดคอแล้วกวักมือเรียกเสวี่ยจ่านเทียน
เสวี่ยจ่านเทียนสะดุ้งโหยง “นายท่าน ข้ายังไม่ได้เตรียมใจ”
มุมปากของอันหลินกระตุกน้อยๆ “ให้เจ้าชกคนจะเตรียมใจไปทำไม ข้าไม่ตอบโต้!”
“อ้อ…ที่แท้ก็ไม่ตอบโต้นี่เอง บอกแต่แรกสิ” เสวี่ยจ่านเทียนโล่งใจไปที พลังเริ่มพุ่งทะยาน
มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ตีก็เสียดาย
ไอเย็นปกคล