กับหลิวฉู่ฉู่เพ่งสายตามองไปต้นตอของเสียงที่ได้ยิน สายตาหยุดที่เสวี่ยจ่านเทียน แล้วทั้งสองต่างก็ถึงสูดลมหายใจเข้าทางปากอย่างกลั้นไม่อยู่ด้วยความตกตะลึง
“เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร…” เรือนร่างเพรียวบางของหลิวฉู่ฉู่สั่นไหวเล็กน้อย แววตาทั้งสองข้างไร้ซึ่งชีวิตชีวา นางกล่าวพึมพำออกมา
อันหลินแปรเปลี่ยนจากเหม่อลอยเป็นดีใจอย่างยิ่ง วิ่งเข้าไปอุ้มเสวี่ยจ่านเทียนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ฮ่าๆๆ…เสวี่ยจ่านเทียน ข้ารักเจ้าจังเลย!”
ขนสีขาวปุกปุยใบหน้ากลมดิ๊กของเสวี่ยจ่านเทียนแดงระเรื่อเล็กน้อย มันแยกเขี้ยวโชว์ฟันเสือน้อย แสยะปากกล่าวขึ้นว่า “เจ้าอย่าลำพองใจจนหลงระเริงนักเลย ข้า ข้าไม่ใด้คิดอยากได้เ เจ้าป็นเจ้าของจริงๆ แล้วข้าก็ไม่ได้โดนพลังของเจ้าสะกด แต่ข้าถูกบีบบังคับ!”
“อืม อืม…เจ้าน่ารักน่าชังขนาดนี้ เจ้าพูดถูกทุกอย่าง!”
อันหลินอุ้มเสวี่ยจ่านทียนขึ้นมา เอาหน้าถูไถขนปุกปุยของมันที่มีสีขาวราวหิมะไม่หยุด
หลิวฉู่ฉู่ “…”
หลิวฉู่ฉู่กอดอกที่แบนราบของตนเอง ความเศร้าโศกกับสิ้นหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้านาง
แน่นอนว่านางรู้ว่าการที่เสวี่ยจ่านเทียนบอกว่า ‘ถูกบีบบังคับ’ นั้นไม่เป็นความจริง ถึงอย่างไรเสียการจะมีสัตว์อสูรในครอบครองต้องเกิด