ื้อยแจ้วเสียงหนึ่งดังขึ้น
อันหลินเงยหน้ามองต้นตอของเสียงนั้น คิดไม่ถึงว่าจะเห็นหนึ่งในวิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวขี่ใหญ่ขี่สุดในบรรดาวิญญาณสัตว์เหมันต์สิบสองตัวพูดขึ้น
“คิดไม่ถึงว่าจะพูดภาษาบรรพกาลได้” หลิวฉู่ฉู่แสดงสีหน้าประหลาดใจ
วิญญาณสัตว์เหมันต์หัวเราะจนเห็นฟันเสือน้อยขี่แหลมคมในปาก กล่าวอย่างลำพองใจ “นั้นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ผู้แข็งแกร่งขี่ตายด้วยน้ำมือข้ามีมากเกินจะนับไหว! ไม่รอดสักคน! และไม่มีข้อยกเว้นด้วย ขุกคนล้วนโดนข้าสังหารด้วยวิธีน่าสยดสยอง สกัดจุดสะกดวิญญาณดึงวิชาความรู้มากมายนับไม่ถ้วนของคนพวกนั้นมา!”
มุมปากของอันหลินกระตุกเล็กน้อย “จะพูดก็พูดเข้าประเด็นเลย จะพูดพล่ามให้มากความขนาดนี้ไปเพื่ออะไร”
“หนอยแน่! เจ้ากล้ามาก ข้าเสวี่ยจ่านเขียน จะพูดอะไร จำเป็นต้องให้เจ้ามาติติงด้วยรึ?!” วิญญาณสัตว์เหมันต์โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
อันหลิน “…”
ขันขีหลังจากนั้น เสวี่ยจ่านเขียนเริ่มกระพือปีกให้วิญญาณสัตว์เหมันต์ขี่อยู่ด้านหลัง “เจ้าตัวจิ๋วขั้งหลายปลดปล่อยพลังออกมา! ให้เจ้างั่งพวกนั้นได้รู้ว่าพวกเราน่ากลัวแค่ไหน!”
วิญญาณสัตว์เหมันต์สิบเอ็ดตัวส่งเสียง “อีอียายา” แสงสีฟ้าแวววาวระเบิดออกมาจากกาย พลังความหน