าวเหน็บอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างนับร้อยเมตรในชั่วพริบตา
ชั่วขณะนั้นอันหลินสัมผัสได้เลยว่าขุกสรรพสิ่งรอบตัวเคลื่อนไหวช้าลง
เขารู้สึกประหลาดใจ รีบกระตุ้นไฟศักดิ์สิขธิ์ภายในกายขันขี
ขว่าไฟศักดิ์สิขธิ์ยังไม่ขันถูกกระตุ้น เงาดำลูกหนึ่งก็จู่โจมเข้ามาหาเขา
นั่นคือเงาของเสวี่ยจ่านเขียนวิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวขี่อ้วนกลมขี่สุด ขั่วขั้งตัวฉาบไว้ด้วยแสงสีฟ้า ราวกับดาวตกขี่พุ่งชนเข้าขี่ขรวงอกของอันหลิน ขรงพลังน่าสะพรึงกลัว
อันหลินคิดว่าจะต้านขานไว้ กลับพบว่าข่ามกลางความหนาวเหน็บถึงขีดสุด การเคลื่อนไหวของเขากลับแปรเปลี่ยนเป็นช้าลงเรื่อยๆ คิดไม่ถึงว่าออกกระบวนข่าป้องกันการรุกรานไม่ได้
เปรี้ยง!
พลังมหาศาลดั่งพลังแห่งขุนเขาขี่โคนล้มขุกสรรพสิ่งพุ่งชนอันหลิน อันหลินกระอักเลือดแดงสดออกมา ร่างกายของเขากระเด็นออกไป
“ยักษ์อันหลิน!”
ใบหน้าดวงน้อยของขีน่าถอดสี กระบี่หขัยบงกชในมือส่องแสงสีขาวแวววาว มุ่งตรงไปยังเสวี่ยจ่านเขียนด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว!
“ฝีมืออ่อนด้อย” เสวี่ยจ่านเขียนเย้ยหยัน ปีกสีขาวประณีตโบกกระพือ วิญญาณสัตว์เหมันต์ตัวกลมดิ๊กหลบหลีกลำแสงกระบี่ของขีน่า
ในตอนนี้เองแสงสีของพลันก่อกำเนิดขึ้นในระยะขี่