่อให้มันยอมรับอันหลิน
โล่วิหคชาดสั่นระริกครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลอยฟิ้วหายไปประหนึ่งหวาดกลัวอะไรบางอย่าง หลบเร้นไปในมิติสีทองอันไร้ขอบเขต หายลับไปจากสายตาของทุกคน
อันหลิน “…”
ผู้อาวุโสจู “…”
สวีเสี่ยวหลาน “…”
ลมเย็นโชยมา อันหลินรู้สึกร่างกายเย็นวาบ
ในใต้หล้าที่ผู้คนเฉยชาแห่งนี้ อยากจะห่มผ้าที่มอบความอบอุ่นให้เขาสักผืนเหลือเกิน
“วันนี้ข้าไม่ได้ล้างหน้าหรือไม่ได้ล้างมือกันนะ หรือข้าไม่ได้กราบผู้อาวุโสไป๋” อันหลินมองทั้งสองที่อยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง
“อันหลิน อย่าได้ท้อใจไป ยังมีคันฉ่องอีกบานไม่ใช่หรือ” สวีเสี่ยวหลานปลอบใจ
มีคันฉ่องอีกบานงั้นเหรอ มุมปากของอันหลินกระตุกน้อยๆ ถูกปฏิเสธสี่ครั้งติดต่อกัน เจ็บปวดจนหายใจติดขัด จะถูกทิ่มแทงหัวใจอีกครั้งเหรอ
เขาหยิบกระบี่พิชิตมารของตนออกมาอย่างอดไม่ได้ ลูบเบาๆ แล้วพูดเสียงนุ่มว่า “เสี่ยวเสียมีแค่เจ้าที่ดีกับข้าที่สุด ไม่ทอดทิ้งข้า ไม่เหมือนเจ้าพวกเลวทรามข้างนอกนี้ เราทั้งสองเหมาะสมกับที่สุดจริงๆ ด้วย”
เสียงที่เย็นเยือกเจือความดูแคลนเล็กน้อยดังขึ้น “เหอะๆ เมื่อครู่เจ้ายังรังเกียจว่าข้าไม่งาม ตั้งใจจะเปลี่ยนเป็นกระบี่วิหคชาดอยู่เลยไม่ใช่หรือ”
อันหลิน “