ไห่ชะงัก ดีใจไม่ออกอีกแล้ว
คุณพระ! จี้หย่งฟางพูดได้มีเหตุผลนัก ทำอย่างไรดี!
เขานิ่วหน้ามองอันหลิน “สหาย ข้าซวยเพราะเจ้าแล้ว!”
มุมปากอันหลินกระตุกยิกๆ เงยหน้าขึ้นนับดาว แสร้งทำเป็นหูทวนลม
จี้หย่งฟางยิ้มหยัน “เหอะๆ ศิษย์น้องอันหลินทำร้ายผู้อื่นไม่เบาเลยจริงๆ เห็นแก่ตัว คิดแต่จะดูดซึมแสงเพลิงศักดิ สิทธิ์ กลับทำร้ายอัจฉริยะสำนักวิหคชาดที่อยู่ข้างหลังอย่างพวกเรา!”
เขาจงใจใช้วิชาเซียนขยายเสียงอีกครั้ง ให้คำพูดดังทั่วจัตุรัส
ลูกศิษย์ทั้งหลายรู้ว่าจี้หย่งฟางตั้งใจเล่นงานอันหลิน ต่างก็แสดงท่าทีต่อต้านด้วยความไม่พอใจ
แต่ก็มีบางส่วนที่เงียบงำ เพราะคำพูดของจี้หย่งฟางก็มีเหตุผลพอสมควรเช่นกัน แม้อันหลินจะควบคุมการถ่ายทอดพลังงาน นของเพลิงศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ แต่หากกล่าวจากผลลัพธ์แล้ว ก็กระทบต่อการดูดซึมพลังเพลิงของลูกศิษย์อัจฉริยะข้างห หลังจริงๆ
เสียงของผู้อาวุโสเฉินซิ่นหรานดังขึ้นอีกครั้ง “คนที่ห้า ม่อไห่ เชิญขึ้นแท่นพิธี!”
ม่อไห่ยิ้มบางๆ ตบไหล่อันหลินปุๆ “สหายข้าเป็นคนดีมีเมตตา จะไม่โทษเจ้าแล้วกัน เพราะเจ้าทำให้จี้หย่งฟางร้องไห้ สองครั้ง ข้าดีใจมาก ฮ่าๆ ๆ…”
อันหลิน “…”
จี้หย่งฟางแน่นหน้าอก เลือดอัดอั้นอยู่ในใจ
ม่อไห่