าณจี้หย่งฟางหนึ่งร้อยคนกระมัง”
ม่อไห่ “…”
ซ่างกวนอี้ “…”
อันหลินปลอบโยนว่า “อันที่จริงมนุษย์หมาป่าก็ไม่แน่ใจว่าท่านเทพเหลือพลังอีกเท่าใดกันแน่ มันพูดเพียงว่าไม่ถึงหนึ่งในสิบ ซึ่งก็หมายความว่า ท่านเทพเหลือพลังเพียงหนึ่งในร้อย มันก็ไม่ถึงหนึ่งในสิบนี่นา!”
ใบหน้างดงามของซ่างกวนอี้มีแต่ความตึงเครียด “ชีวิตจะล้อเล่นไม่ได้ พวกเราต้องใช้แผนการที่ชั่วร้ายที่สุด!”
ม่อไห่กับอันหลินเย็นวาบไปทั้งตัว พวกเขานึกถึงความน่ากลัวจากรัศมีความโชคร้ายของซ่างกวนอี้
ใช่แล้ว ต้องใช้แผนการที่ชั่วร้ายที่สุด!
ทำอย่างไรดี จะช่วยหรือไม่ช่วยดี
ทั้งสามต่างก็เงียบงัน ศัตรูน่ากลัวกว่าที่จินตนาการไว้มากเหลือเกิน
ราวกับมียอดเขามหึมากดทับหัวใจของพวกเขา ทำให้หายใจติดขัด
“หมาป่าน้อย มีพลังอื่นๆ ที่พวกเราต้องระวังอีกไหม อย่างเช่นค่ายกลต้องห้าม กับดักต่างๆ อะไรเทือกนั้น” อันหลินมองมนุษย์หมาป่าแล้วโพล่งถามขึ้นมา
มนุษย์หมาป่าก็ไม่ถือสาฉายาเรียกนี้ แค่นยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านเทพไม่ใช้วิธีพวกนั้นหรอก เขาเชื่อมั่นในพลังของตนมาก”
อันหลินเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “งั้นท่านเทพมีข้อเสียหรือช่องโหว่งหรือไม่”
มนุษย์หมาป่าเกาหัว “อืม…ท่านเทพชอบวา