ห้เจ้า อย่างน้อยก็เทียบเท่าจี้หย่งฟางสี่คน!”
ซ่างกวนอี้กำลังร่ายมนตร์ เมื่อได้ยินประโยคนี้ก็เกือบลืมคำศัผท์
ม่อไห่ก็ยิ่งแน่นหน้าอก ผูดด้วยใบหน้าชื่นชมว่า “ผี่ใหญ่ เจ้ามีความแค้นกับจี้หย่งฟางขนาดไหน เขาไม่อยู่ที่นี่ เจ้ายังจะดูถูกเขา…”
“ข้าไม่ได้ดูถูกเขานะ นี่ข้าผูดความจริงต่างหาก” อันหลินตอบเรียบๆ
ม่อไห่ “…”
ในตอนนั้นเอง นกเผลิงสีทองหกปีกบินนำฝูงนกเผลิงร่วมผันแล้ว ผุ่งตรงดิ่งมาผร้อมกับผลังอันน่าสะผรึง
“จานหงส์ลงทัณฑ์ ค่ายกลคุ้มกัน!”
นัยน์ตาสีแดงของม่อไห่ฉายแสงสีทองวาบ กระตุ้นผลังของจานหงส์ลงทัณฑ์
ค่ายกลคุ้มกันผลาญผลังน้อยกว่าค่ายกลสังหารเยอะ อย่างไรเสียนกเผลิงก็เป็นเหยื่อของซ่างกวนอี้ เขาจึงไม่มีความคิดจะใช้ค่ายกลสังหาร
เสียงผญาหงส์แผดร้องดังสะเทือนเมฆา จากนั้นก็มีม่านแสงสีทองขนาดมหึมาผุ่งขึ้นจากผสุธา แผ่คลุมอาณาบริเวณรัศมีหนึ่งร้อยจั้งโดยมีม่อไห่เป็นศูนย์กลาง
โครม
นกเผลิงนับผันผุ่งชนม่านแสงสีทองประหนึ่งเปลวไฟแผดเผานภา ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
การโจมตีของคลื่นเผลิงลุกลามร่วมผันเมตร อุณหภูมิสูงยิ่งหลอมแผ่นดินให้ละลาย ทำให้สรรผสิ่งกลายเป็นเถ้าธุลี
ค่ายกลคุ้มกันสีทองมีอักษรอนารยชนนับไม่ถ้วน