ชั่วขณะที่มิติเปลี่ยนแปลง อันหลินก็พบว่าตัวเองมาถึงดินแดนสีชาดแห่งหนึ่ง
ประตูสีขาวด้านหลังเขาหดตัวช้าๆ สุดท้ายก็หายลับไป
บนนภาเป็นชั้นเมฆสีแดงก่ำที่ทอดยาวไร้ที่สิ้นสุด มีเปลวไฟร้อนระอุพวยพุ่งทะลุชั้นเมฆเรื่อยๆ บ้างก็ระเบิดกลางอากาศ บ้างก็ตกกระทบพสุธาประหนึ่งม่านฝนสีโลหะ เผยคมเขี้ยวของมันแด่โลก
อุณหภูมิรอบข้างสูงอย่างมหันต์ คลื่นร้อนไม่ขาดสาย ไอก็บิดเบี้ยวอย่างไร้สุ้มเสียง หากนักพรตกายแห่งมรรคขั้นเจ็ดโผล่มาที่นี่ เกรงว่าคงยืนหยัดไม่ได้สักวินาทีเดียว
“ท่าทางจี้หย่งฟาง ซ่างกวนอี้กับหยางหยวนจะแยกย้ายกันไปตามหามายาเพลิงวิหคชาดกันแล้ว” ม่อไห่ยืนเอ่ยยิ้มๆ ข้างกายอันหลิน
“มายาเพลิงวิหคชาดจะก่อตัวและปรากฏอีกครั้งทุกๆ หลายปี ปริมาณน้อยนิด พวกเราหกคนเป็นคู่แข่งกัน พวกเขาย่อมต้องรีบฉกฉวยโอกาสเป็นธรรมดา” หลู่เจียจื้อพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อน
อันหลินมองเทือกเขาและแผ่นดินที่กว้างไกลสุดลูกลูกตาอันไกลโพ้น ตกอยู่ในภวังค์อย่างไม่รู้ตัว “ได้ยินว่าในกายของอสูรยิ่งใหญ่ของคุกวิหคชาดจะมีมายาเพลิงวิหคชาดแฝงอยู่พอสมควร จะมีให้เห็นในแดนพิศวงเช่นกัน สุดท้ายก็คือมายาเพลิงวิหคชาดบนชั้นเมฆนั่น”
“เพียงแต่มายาเพลิงในชั้