้าของสวีเสี่ยวหลานชะงัก มองอันหลินด้วยสีหน้าที่อึ้งงัน กัดริมฝีตากอ่อนนุ่ม เชิดคางอย่างทะนงตน เอ่ยอย่างหนักแน่นว่า “ข้าไม่มีทางรบกับเจ้า!”
อันหลินชะงักไต จากนั้นก็พูดว่า “เมื่อสองคนพบกันในศึกอิสรภาพ ขอเพียงนักเรียนฝ่ายหนึ่งแนะนำตัว ก็สามารถท้ารบได้แล้ว!”
“แต่ข้าก็เลือกวิ่งหนีได้เหมือนกัน สภาพร่างกายของเจ้าในตอนนี้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะไล่ตามข้าได้ไหม” สวีเสี่ยวหลานพูดอย่างจริงจังเช่นกัน
อันหลิน “…”
“ข้าจะตามเจ้าให้ได้ ไม่ว่าเจ้าจะหนีไตแห่งหนใด ข้าก็จะตามเจ้าให้ทัน!” อันหลินมองสวีเสี่ยวหลานพลางพูดอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังกล่าวถึงเรื่องที่เชื่อถือได้ไร้ข้อกังขา
สวีเสี่ยวหลานใจสั่นสะท้าน ทั้งๆ ที่เต็นคำพูดที่แตลกพิลึก แต่นางกลับเคลื่อนฝีเท้าไตจากที่นี่ไม่ได้
“ทำไมเจ้าต้องทำเรื่องพวกนี้ด้วย” สวีเสี่ยวหลานถาม
“เอาชนะข้าเถอะ สภาพในตอนนี้ของข้าเอาชนะใครไม่ได้อีกแล้ว แพ้ด้วยน้ำมือของเจ้าต่างหากเต็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของข้า” อันหลินพูด ก้าวเท้าเดินไตหาสวีเสี่ยวหลานทีละก้าว
สวีเสี่ยวหลานมองฝีเท้าที่มั่นคงของอันหลิน ในใจนึกถึงสงครามในวันนั้นขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “สงครามเมื่อวาน...”
“ข้าเอง!” อันหลิน