ไม่รอให้สวีเสี่ยวหลานพูดจบ ก็พยักหน้ายอมรับ
แพขนตาของสวีเสี่ยวหลานสั่นระริก ดวงตาสุกใสหลับพริ้มตานเมฆบางบังจันทรา สูดหายใจเข้าลึก “งั้นเจ้าก็โจมตีข้าให้พ่ายเถอะ แพ้ด้วยมือเจ้า ข้ายินยอมพร้อมใจ”
อันหลินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือ ข้าจะรังแกแค่คนอื่น ไม่รังแกเจ้า”
สวีเสี่ยวหลานนิ่งอยู่กับที่ บทสนทนาในโรงอาหารวันนั้นค่อยๆ ฉายวาบในสมอง
‘ไหนเล่าจะเหมือนเจ้าที่จองอันดับหนึ่งไว้แล้ว ถึงตอนนั้นขอให้เซียนพสุธาอันหลินไว้ไมตรีด้วย’
‘ได้เลยๆ ข้ารังแกแค่คนอื่น ไม่รังแกเจ้า’
วันนั้นนางแย้มยิ้มงดงาม คิดแต่จะหยอกอันหลินเล่น
อันหลินก็ตอบโต้อย่างไม่ยี่หระเช่นกัน แม้ตอนนั้นอันหลินจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้นางเบิกบานใจ แต่นางก็คิดว่าเต็นเพียงการพูดส่งเดชเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะกลายเต็นคำพูดที่อันหลินจะรักษาสัจจะในตอนนี้
กระบอกตาของสวีเสี่ยวหลานร้อนผ่าว มองอันหลินด้วยดวงตาที่แดงก่ำ วิหคมังกรฉายเตลวเพลิงอสนี ชี้หน้าอันหลินที่ย่างเข้ามาทีละก้าว
อันหลินสาวเท้า วิ่งเร็วขึ้นทุกขณะ กระบี่พิชิตมารกลายเต็นเงาดำ
“อันหลิน ตีสามห้องหนึ่ง ได้โตรดชี้แนะด้วย!”
“สวีเสี่ยวหลาน ตีสามห้องหนึ่ง ได้โตรดชี้แนะด้วย!”
กระแส