ดเกราะอสนีของจั่วชิวปิงแหลกลาญ
ต่อมา ปราณกระบี่ที่แฝงอานุภาพของวิหคมังกรก็กระทบร่างของจั่วชิวปิง พร้อมกับพลังที่ยิ่งใหญ่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้…
ตูม
เปลวไฟพุ่งขึ้นฟากฟ้า สายฟ้าดุจมังกรบรรพกาลคำราม
จั่วชิวปิงที่มีแสงทองปกคลุมทั่วร่างลอยขึ้นฟ้า จากนั้นกระแทกกับพื้นอย่างแรง
ยันต์ประเมินผลแพ้รบของเขาถูกกระตุ้นแล้ว กวาดตามองรอบกายด้วยอย่างเลื่อนลอย งงเป็นไก่ตาแตก
“เพราะอะไร…ทำไมกิเลนสายฟ้าของข้าถึงกลัวปราณกระบี่ของเจ้า”
สวีเสี่ยวหลานเยื้องย่างไปหาจั่วชิวปิง กะพริบตาเล็กน้อย สอดส่ายตามองรอบข้าง กลับไม่พบคนอื่น
แต่พลังเช่นนี้ นางคุ้นเคยเหลือเกิน…
“อาจเพราะมังกรกับพญาหงส์สูงส่งกว่ากิเลนกระมัง” นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เหลวไหล! เห็นกิเลนอสนีทองอนัตตาไหม สิ่งที่สอดคล้องกับวิถีสวรรค์จะกลัวมังกรกับพญาหงส์ได้อย่างไร!” จั่วชิวปิงกัดฟันพูด
“แต่กิเลนของเจ้าไม่ใช่กิเลนอสนีทองอนัตตาเสียหน่อย อีกอย่างต่อให้ใช่ เมื่อเห็นอันหลินก็เหมือนลูกหมา สั่งให้มันทำอะไร ก็ยอมทำตาม เลิศล้ำมากหรือ” สวีเสี่ยวหลานส่ายหน้ายิ้มๆ
จั่วชิงปิงได้ฟังก็อึดอัดใจ เลือดกระอักออกมาอีกครั้ง สุดท้ายก็กลายเป็นแสงทอง หายลับไปจากดินแดนนี้ด้วยคว