ซูเฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ
สัมผัสเย็นชื่นและหอมหวานบนริมฝีปาก แม้เพียงแวบเดียว แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่างเปล่าในใจอย่างประหลาด
“ซูเฉิน ข้าจะรอเจ้าในจงโจว!”
ใบหน้าของหลินลั่วเว่ยแดงเรื่อขึ้นมาโดยพลัน ไม่กล้าสบตาซูเฉินอีก นางรีบเดินไปทางหลินหง
“สารเลว!”
ภายในใจของหลินเซิงเต็มไปด้วยความอิจฉา อยากจะพุ่งไปฆ่าซูเฉินเสียเดี๋ยวนั้น
แต่ด้วยมีหลินหงอยู่ เขาก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม
หลินหงเห็นการกระทำของหลินลั่วเว่ย แม้ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงเบือนหน้ามองไปทางอื่นเหมือนไม่เห็น
“ท่านอา ไปกันเถอะ!”
หลินลั่วเว่ยกล่าวเบา ๆ
“ได้ แต่ลั่วเว่ย เจ้าต้องเข้าใจ สถานะของเขานั้นไม่คู่ควรกับเจ้า ต่อให้เจ้ายินยอม ตระกูลก็ไม่มีทางยอมรับ!”
หลินหงกล่าวช้า ๆ
“ท่านปู่ ท่านไม่เข้าใจเขา! สักวันหนึ่ง เขาจะทำให้ทั่วทั้งแดนเซวียนเทียนต้องสั่นสะเทือนเพราะเขา แม้แต่ตระกูลหลินแห่งจงโจว ก็ไม่อาจกลบแสงของเขาได้!”
หลินลั่วเว่ยยิ้มบาง ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความคาดหวัง
“เช่นนั้น ข้าจะรอดู!”
หลินหงไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงโบกแขนเสื้อพาหลินลั่วเว่ย หลินเซิง และผู้อื่น ขึ้นเรือสมบัติเหินเวหา
“ลั่วเว่ย รอข้าที่จงโจว! ภายในสามปี ข้