ในห้องชงชา ณ สำนักกระบี่สวรรค์
บุรุษที่สุภาพอ่อนโยนเสมอมาตบโต๊ะอย่างโมโหโดยพลัน “ไม่ได้ เรื่องนี้ไม่เจรจา ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าไปเด็ดขาด!”
ใบหน้าของหญิงสาวก็เจือความขุ่นเคืองเช่นกัน “เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเป็นเนื้อร้ายของแผ่นดินอยู่แล้ว เรื่องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทำลายชาติ พวกมันทำน้อยเสียเมื่อไร พวกเราไปช่วงชิงแร่ศักดิ์สิทธิ์ในเขาเทวะของมันจะเป็นไรไป”
“เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณชั่วช้าไม่มีเว้น แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่สำนักกระบี่สวรรค์อย่างเราจะออกโรง เจ้ารู้จุดจบของการยั่วโมโหมันหรือไม่ ไปแตะต้องสิ่งมีชีวิตพรรค์นั้นเพื่อหลอมกระบี่ให้ฮ่วนฮ่วน ข้าว่าฮ่วนฮ่วนถูกตามใจจนเคยตัวแล้ว!” สีหน้าของชายหนุ่มถมึงทึง น้ำเสียงเด็ดขาดไม่เหลือช่องว่างให้เจรจาเลยสักนิด
หญิงสาวแค่นยิ้ม “ใช่น่ะสิ ข้าไม่ตามใจนางใครจะตามใจนาง เจ้ามีลูกสาวหลายคน แต่ข้ามีนางเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว! เหมืองวิญญาณเหมันต์มีความหมายกับฮ่วนฮ่วนอย่างไร ไม่มีทางที่เจ้าจะไม่รู้…เจ้าไม่เห็นด้วยไม่เป็นไร ข้าไปเอง”
พูดจบหญิงสาวก็หันหลังจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
“เจ้า…เจ้าบ้าไปแล้วหรือ” ชายหนุ่มมองแผ่นหลังที่เดินจากไป โมโหจนไม่รู้จะพูดอย่างไร
ภายในเรือเหาะ เด็กหญิงจูงมือหญิงสาว พูดอย่างสงสัยว่า “ท่านแม่ ท่านพ่อไม่ไปกับพวกเราหรือ”
หญิงสาวลูบศีรษะของเด็กหญิงอย่างเบามือ “พ่อยุ่งน่ะ ไม่เป็นไร แม่ไปคนเดียวก็เพียงพอแล้ว”
“ฮิฮิ มันก็จริง ท่านแม่เป็นถึงเซียนกระบี่