มของฉันไหม้เกรียมหมดแล้ว!”
จักรพรรดิจื่อหยางเหลือบมองโลลิน้อยข้างกายแวบหนึ่ง มือกำหนวดปลาหมึกขนาดใหญ่ กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย พูดจาฟังไม่ได้ศัพท์ว่า “พอแล้ว ได้เปรียบแล้วยังจะอวดเก่งอีก เห็นแสงสีเขียวบนหัวเจ้าหรือไม่ รีบรับมรดกเสียสิ!”
เถียนหลิงหลิงจึงได้มรดกของเผ่าพันธุ์ภูตมัจฉามาครองด้วยเหตุนี้เอง
ชายผมเขียวลอบกลืนน้ำลาย ในใจกระสับกระส่าย หันหน้ามองหญิงข้างกายเล็กน้อย
“สมองเป็นของที่ดี ข้าหวังว่าเจ้าจะมี” พญางูนิลยิ้ม
หากการผ่านการทดสอบของพญางูขาวเป็นเพราะชายผมเขียวคำนึงถึงสถานะของนาง แล้วเถียนหลิงหลิงมันเรื่องอะไรกัน โลลิกายแห่งมรรคขั้นสิบคนนี้ไม่ทำอะไรเลย แค่แอ๊บแบ๊วก็ผ่านการทดสอบแล้วงั้นหรือ
สุสานแห่งนี้ไม่ใช่องค์กรการกุศลที่มีหน้าที่มอบมรดกให้หรอกนะ ชายคนนั้นเป็นผู้ดูแลการทดสอบ ทำให้การทดสอบอยู่ในสภาพนี้ ยืนยันได้เพียงอย่างเดียวว่า เขาโง่เง่า!
ชายผมเขียวเหงื่อซึม เขาไม่ได้วางแผนรับมือกับจักรพรรดิสงครามคนนั้นล่วงหน้าจริง จึงคุกเข่ากับพื้นเป็นฝ่ายยอมรับผิดทันที “นายหญิงโปรดเมตตา ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถอะ เรื่องแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก!”
พญางูนิลไม่พูดอะไร นัยน์ตาจับจ้องหน้าจอตลอดเวลา
ชายผมเขียวก็ไม่กล้าลุกขึ้น เขาคุกเข่ามองหน้าจออยู่อย่างนั้น หวังว่าการทดสอบต่อไปจะน่าดูชมสักหน่อย
อันหลินมาถึงหินลอยฟ้าอันใหญ่โตโอฬาร รอบข้างมืดสนิท มีเพียงแสงดาวระยับบนม่านฟ้าช่