“จักรพรรดินีปี้ฉงเรียกหาข้าทำไม”
อันหลินงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อทราบข่าวนี้
สวีเสี่ยวหลานเบะปากพูดว่า “จะเพราะอะไรได้อีกล่ะ อยากชื่นชมความสง่างามของเซียนกระบี่อันหลินน่ะสิ”
“อืม มีเหตุผล” อันหลินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
สวีเสี่ยวหลาน “… หนังหน้าเจ้าหนากว่าเปลือกโลกหรือไง”
เซวียนหยวนเฉิงทำท่าครุ่นคิด “จู่ๆ นางก็เชิญเจ้า หรือจะเกี่ยวข้องกับพวกศิษย์พี่หลิว”
สวีเสี่ยวหลานพยักหน้า “มีเหตุผล พลังต่อสู้ของศิษย์พี่หลิว น้อยคนในแผ่นดินนี้จะต่อกรกับนางได้ ไม่มีทางเงียบเชียบทั้งที่ผ่านมาหลายวันเช่นนี้ ข้าคิดว่าสี่คนที่เหลือน่าจะมีอะไรบางอย่างทำให้ต้องอยู่ที่จักรวรรดิทีฆชาติ”
“ไปกันเถอะ อย่างไรเสียที่นี่ก็ไม่มีอะไรแล้ว พวกเราไปจักรวรรดิทีฆชาติ ไปดูเผ่าพันธุ์ภูตงูในตำนานสักหน่อย!” อันหลินสงสัยในเผ่าพันธุ์ภูตงูของแผ่นดินนี้นานแล้ว ฉวยจังหวะนี้เปิดหูเปิดตาสักหน่อย
หลังทุกคนปรึกษาหารือกันแล้ว ก็ตัดสินใจเดินทางทันที ถือโอกาสถามเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเซียนสวรรค์โส่วหยางกับจักรพรรดินีด้วย
ทั้งห้าร่างเหาะออกจากวังหลวง มุ่งหน้าสู่จักรวรรดิทีฆชาติ
จากนั้นพวกเขาก็เจอคนรู้จักคนหนึ่งกลางเวหา
ชายวัยกลางคนสวมชุดสีม่วงคนหนึ่ง มีรอยยิ้มอ่อนโยนดุจลมวสันต์โค้งคำนับทุกคนอย่างงามสง่า
พูดกันว่า ไม่พบสามวันกลายเป็นอื่น ท่าทางจะเป็นความจริง
พวกอันหลินแทบจะจำชายคนตรงหน้าไม่ได้แล้ว
จักรพรรดิจื่อหยางไม่น่าจะหล่อขนาดนี้นะ!
เขาไม่