อันหลินเห็นอาวุธเทวะสองชิ้นที่กระสับกระส่าย ในใจก็ท่องไม่หยุดว่า
‘เด็กดีรีบมาให้ไว พี่จะพานายเท่พี่จะพานายบิน…’
กระจกเอกภพเคลื่อนไหวแล้ว!
มันพุ่งเข้าไปหาเลือดหยดหนึ่งพร้อมกับลำแสงขาวดำสองเส้น จากนั้นกลืนลงไป!
เซวียนหยวนเฉิงยิ้มกว้าง “ในเมื่อกระจกเอกภพยอมรับข้าแล้ว เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ”
ภายใต้สายตาอิจฉาริษยาของทุกคน เซวียนหยวนเฉิงขับกล่อมกระจกเอกภพด้วยความจริงจังอย่างยิ่ง จากนั้นก็สอดเก็บเข้าไปในสาบเสื้อ
ต่อมากระบี่แสงนิลก็ขยับแล้วเช่นกัน!
มันพุ่งไปหาเลือดหยดหนึ่งดังฟิ้วแล้วส่งเสียงร้องดีใจออกมาเบาๆ
เหยาหมิงซีมองทุกคนด้วยความกระดากใจ กำกระบี่ไว้ในมือ “ศิษย์พี่ทุกคน…เช่นนั้นข้าขอรับไปละนะ…”
“เอาไปเถอะๆ มันเป็นวาสนาของเจ้าอยู่แล้ว”
อันหลินโบกมืออย่างใจโต แต่ในใจกลับเจ็บปวดรวดร้าว
ให้ตายเถอะ เขาไม่มีวาสนากับของมีค่าเลยใช่ไหม!
เขาพบว่าของมีค่าของตัวเอง นอกจากเจ้าพวกที่แย่งชิงมาได้แล้ว ไม่มีชิ้นไหนที่เป็นฝ่ายยอมรับเขาเลย!
แม้แต่เสี่ยวเสียที่อยู่ในหม้อ ก็ทำท่าไม่สนใจใยดีเขา
หลังแบ่งอาวุธเทวะกันเสร็จแล้ว ทุกคนก็มองหาสถานที่พักผ่อน รอการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอก
ลำแสงสีขาวเส้นหนึ่งพุ่งผ่านม่านรัตติกาล มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ ชายขอบเมืองซินจิ้ง
ลู่เจ๋ออวี่ที่กำลังชงชาเห็นประตูถูกผลักออกมาดังผลัวะ
เขาเบิกตากว้างเมื่อเห็นชายเปลือยกายล้อนจ้อน เนื้อหนังถูกไฟลวกจนแดงและเกรียม ตั้งสติไม่ทัน
“