ยืนนิ่งอยู่ทำไม เสื้อผ้าเล่า!” จักรพรรดิจื่อหยางตวาดลั่น
ราชครูลู่เจ๋ออวี่ที่สุขุมลุ่มลึกเสมอมาเพิ่งตื่นจากภวังค์ หัวเราะร่าแล้วพูดว่า “สภาพเจ้าเป็นแบบนี้แล้ว อย่างแรกที่ควรทำไม่ใช่ทำแผล แต่เป็นใส่เสื้อผ้างั้นหรือ”
“เลิกพล่ามสักที! รีบเอาเสื้อผ้ามา!” แม้ทั้งคู่จะเป็นเพื่อนกัน แต่ตอนนี้จักรพรรดิจื่อหยางไม่มีอารมณ์มาเล่นกับลู่เจ๋ออวี่ จึงตะโกนเร่งเร้าทันที
ลู่เจ๋ออวี่หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยมอ่องกับยารักษาแผลออกมาแล้วยื่นให้จักรพรรดิจื่อหยาง
“จิ๊ๆ ๆ คิดไม่ถึงเลยว่า สุดยอดผู้แข็งแกร่งแห่งแผ่นดินปราณสงครามจะแพ้ย่อยยับจนเหลือแค่กางเกงในตัวเดียว…จนข้าไม่กล้าถามเจ้าแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ราชครูมองจักรพรรดิจื่อหยางอย่างเห็นอกเห็นใจ
จักรพรรดิจื่อหยาง “…”
ลู่เจ๋ออวี่ “กระจกเอกภพก็ไม่อยู่แล้วหรือ”
จักรพรรดิจื่อหยาง “…”
ลู่เจ๋ออวี่นวดหว่างคิ้วแล้วพูดต่อว่า “ข้าไม่รู้สึกถึงพลังของเพลิงเทวะจากกายเจ้าเลย แม้แต่เพลิงสุริยะก็ถูกชิงไปแล้วหรือ”
จักรพรรดิจื่อหยาง “…”
ลู่เจ๋ออวี่กะพริบตาปริบๆ พูดอย่างสงสัยว่า “ไยกางเกงในยังอยู่เล่า”
จักรพรรดิจื่อหยางน้ำตาคลอหน่วย “เมื่อครู่เจ้าเพิ่งพูดไปหยกๆ ไม่ใช่หรือว่า ไม่กล้าถามข้าว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ”
ลู่เจ๋ออวี่ถอนหายใจอีกครั้ง “เพราะข้าแท้ๆ หากไม่ใช่เพราะพลังของข้ายังไม่ฟื้นฟู เจ้าคงไม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”
จักรพรรดิจื่อหยางไม่พูดอะไร
“ระเบิดนั่นเป็นฝีม