ือของเซียนกระบี่อันหลินหรือ” ลู่เจ๋ออวี่ถามอีกครั้ง
จักรพรรดิจื่อหยางผงกศีรษะ
“จักรพรรดิซวีหมิงตายแล้วหรือ” ลู่เจ๋ออวี่ถาม
“อืม” จักรพรรดิจื่อหยางพยักหน้า
เขาเห็นจักรพรรดิซวีหมิงถูกระเบิดอันน่ากลัวกลืนกิน กลายเป็นเถ้าธุลีต่อหน้าต่อตา ตอนนี้เมื่อย้อนคิดถึงภาพเหตุการณ์นั้นก็อดพรั่นพรึงใจไม่ได้
บรรยากาศหนักอึ้งในพริบตา
จู่ๆ ลู่เจ๋ออวี่ก็โพล่งขึ้นมาว่า “แต่เจ้ารอดกลับมาได้ แถมยังมีกางเกงในด้วย! อืม เป็นคนต้องมีบันยะบันยัง ท่าทางเซียนกระบี่อันหลินก็เป็นคนที่มีเหตุผลเหมือนกัน”
จักรพรรดิจื่อหยางได้ยินประโยคนี้ก็อ้าปากกว้าง รู้สึกว่าหัวใจที่ไม่ง่ายเลยกว่าจะสงบปวดหนึบขึ้นมาอีกครั้ง
เป็นมนุษย์ต้องมีบันยะบันยัง…
สิ้นเนื้อประดาตัว เหลือเพียงกางเกงในตัวเดียวไว้ให้ ช่างเป็นคนดีจริงๆ…
จักรพรรดิจื่อหยางจะสติแตกแล้ว “ขอร้องเจ้าเลิกพูดมากสักทีได้ไหม ข้าอยากอยู่เงียบๆ!”
“ประโยคสุดท้าย เซียนสวรรค์โสว่หยางไม่ช่วยพวกเรา แต่เห็นได้ชัดว่าคนกลุ่มนี้สามารถเจรจาได้ พวกเขาไม่อยู่ที่นี่แน่นอน เจ้าไม่คิดจะลองดูสักตั้งจริงๆ หรือ” อากัปกิริยาของลู่เจ๋ออวี่เคร่งขรึม เอ่ยถามด้วยนัยน์ตาที่วาวโรจน์
แสงเทียนวูบไหว แสงสว่างภายในห้องสลัวพร่ามัว
จักรพรรดิจื่อหยางตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
…
วันต่อมา ข่าวการตายของจักรพรรดิซวีหมิงแพร่กระจายด้วยความเร็วที่บ้าระห่ำ
แผ่นดินปราณสงครามเกิดการสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยมีในประวัติกาล