ข่าวคราวแพร่สะพัดเหมือนไฟลามทุ่ง แพร่สะพัดไปทั่วทุกสารทิศด้วยความเร็วที่บ้าคลั่ง ไม่นานก็ทำให้จักรวรรดิอ้าวซิน แม้กระทั่งทั้งผืนแผ่นดินสั่นสะเทือน
เซียนกระบี่มีนามว่าอันหลิน หลังเอาชนะกษัตริย์สงครามหลายคนและทูตพิเศษของจักรวรรดิอ้าวซินแล้ว ก็ลั่นวาจาท้าทายจักรพรรดิสงครามซวีหมิงอย่างเปิดเผย และป่าวประกาศว่าหากไม่พอใจจะบุกวังของจักรวรรดิอ้าวซิน
เมื่อข่าวนี้กระจายออกไป ทั่วโลกก็แตกตื่น
จักรพรรดิสงครามเป็นบุคคลสูงสุดของแผ่นดินนี้ น่าเกรงขาม สูงศักดิ์อย่างยิ่ง
สำหรับชาวโลกแล้ว จักรพรรดิสงครามก็คือดวงอาทิตย์บนท้องนภา สูงส่ง ห้ามล่วงเกินเป็นอันขาด
บัดนี้เซียนกระบี่อันหลินกลับอาจหาญลั่นวาจาจะจัดการ!
ต้องรู้ว่าอริยะที่เผลอล่วงเกินจักรพรรดิสงครามคราวก่อน ตอนนี้หญ้าตรงสุสานสูงร่วมสามจั้งแล้ว!
บ้าไปแล้ว คนคนนี้บ้าไปแล้ว!
แทบจะทุกคนล้วนรู้สึกเช่นนี้เมื่อได้ยินข่าวนี้
จักรวรรดิรุ้งอุดร ทางเหนือของแผ่นดินปราณสงคราม
ณ เหลาสุราแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ก็มีบุคคลที่รู้แหล่งข่าวกำลังถกประเด็นนี้อยู่เช่นกัน
“นี่ เจ้าได้ยินเรื่องของจักรวรรดิอ้าวซินหรือยัง”
“จะไม่รู้ได้อย่างไร เรื่องนี้ลือกันให้แซ่ด เกียรติของจักรพรรดิสงครามไม่ถูกท้าทายมานานแค่ไหนแล้ว ข้าว่าเจ้าบ้าที่ชื่ออันหลินคงอยู่ได้ไม่เกินสามวันแล้ว”
“จิ๊ๆ…ไม่คิดเลยว่าจะมีคนอหังการแบบนี้อยู่บนโลกด้วย…”
“อหังการงั้นหรือ นี่เรียกว่าไม่เจียมตัวต่างหาก! หึ ม