ตาร้อนผ่าวอย่างไม่มีสาเหตุ ปากพึมพำว่า “ใครก็ได้บอกข้าที ข้าควรทำอย่างไร…”
ครืน…
กลิ่นอายลมปราณอันแก่กล้าม้วนตัวไปทั่วฟ้าดิน
นางลุกขึ้นยืน โยนเนื้อกระต่ายที่ไหม้เกรียมลงพื้น ใบหน้าเกลี้ยงเกลาฉายความเคร่งขรึม
มาอีกแล้วหรือ
ครั้งนี้มีห้าคน และกลิ่นอายไม่ธรรมดาเลยสักคน…
“ฮ่าๆ ๆ…นางปีศาจ ครั้งนี้เจ้าหนีไม่รอดแน่!”
เสียงทุ้มแว่วมาจากเวหาหาว ต้วนเทียนอวี่นำผู้แข็งแกร่งระดับกษัตริย์สงครามสี่คนพุ่งลงจากฟ้า
น่าเสียดายที่นางไม่เข้าใจว่าต้วนเทียนอวี่พูดอะไร รู้สึกเพียงว่าต้วนเทียนอวี่ดูจองหองเป็นอย่างมาก
เมื่อต้วนเทียนอวี่เห็นดวงหน้างดงามเรียบเฉยของหญิงคนนั้นก็ชะงักไป ในใจเกิดความคิดบางอย่าง จะจับเป็น หรือเสพสุขแล้วค่อยฆ่าทิ้ง
ทว่าครู่ต่อมา ราวกับมีลำแสงสีน้ำเงินเส้นหนึ่งกระโดดข้ามมิติ ทะลวงร่างของตวนมู่จวินเจ้าสำนักมังกรเหลืองในอึดใจเดียว ใบหน้าของตวนมู่จวินยังอยู่ในอาการหวาดกลัว แต่กลับตอบโต้ไม่ทัน
ต้วนเทียนอวี่หายใจเข้าดังเฮือก หากไม่สู้กันซึ่งหน้า ไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันเป็นพลังงานพิสดารแบบไหน เขาไม่รู้สึกถึงคลื่นของปราณสงครามเลยแม้แต่นิด!
“วางค่ายกล!” เขาตัดสินใจเด็ดขาด ตะโกนลั่นทันที
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวเมาความงามแล้ว ครั้นพลาดท่า พวกเขาอาจตายยกกลุ่มก็ได้
ต่งเทียน ข่งหลิงและติงม่าวขวัญเสียไม่น้อย แต่พวกเขาเป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับกษัตริย์สงคราม มีคุณสมบัติด้านการรบสูงมาก ยืนตามตำแหน่ง จ