เทียน ข่งหลิงและติงม่าวก็ประสานอินอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นปราณสงครามในร่างกาย
บนเวหา สายฟ้าเหลือคณากระจายทั่ว
ครู่เดียวมังกรอัสนีสี่น้ำเงินที่มีกระแสไฟกะพริบแปลบปลาบก็แหวกชั้นเมฆมา
หญิงสาวมองมังกรอัสนีสี่ตัวบนท้องฟ้า สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่และมหาศาล จึงเรียกกงจักรแสงจันทร์กลับมาก่อม่านแสงจันทร์สีน้ำเงิน
“นางปีศาจตายเสียเถอะ!” ต้วนเทียนอวี่ถือกระบี่สีชาดชี้หน้าหญิงสาวไกลๆ
มังกรอัสนีสี่ตัวพุ่งทะยานจากนภาสู่พสุธาด้วยพลังทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง สุดท้ายก็พุ่งชนพวกต้วนเทียนอวี่
ตูม
อัสนีระเบิดกระจายตัวเป็นทรงกลม ทำให้ผิวดินแตกทลาย ส่องสว่างรัตติกาลให้เป็นทิวากาล
ดวงตาสีน้ำเงินของหญิงสาวเบิกกว้างจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้า ใบหน้าฉายอาการตกใจเป็นครั้งแรก
รบจนบัดนี้ ในที่สุดนางก็ตกตะลึงเพราะต้วนเทียนอวี่แล้ว
เพราะตอนนี้ ศัตรูที่ใช้พลังทำร้ายตัวเองไม่ค่อยมีให้เห็น
จากนั้นชายชุดดำคนหนึ่งก็พุ่งลงมาย่ำผืนธรณี
“ซูเฉี่ยนอวิ๋น เจ้าจริงๆ ด้วย!”
เสียงคุ้นเคยที่เจือความตื่นเต้นทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวสั่นเทิ้ม
นางมองบุรุษตรงหน้าอึ้งๆ กัดริมฝีปากอ่อนนุ่มแน่น ไม่รู้ว่าน้ำตาซึมออกจากหางตาตั้งแต่เมื่อใด
อารมณ์ที่สะกดกลั้นระเบิดราวกับเขื่อนแตก นางขยับฝีเท้า กางแขนกอดชายตรงหน้าไว้แนบแน่น
“ฮือ…เจ้ามาแล้ว ข้ากลัวเหลือเกิน ข้าคิดว่าโลกใบนี้เหลือเพียงข้าแล้ว ฮือๆ ๆ…” ซูเฉี่ยนอวิ๋นร้องไห้คร่ำครวญเสียงดัง
เนิ่นนา