หลังหมาป่าอนธการถูกสังหารภายในเสี้ยววินาทีแล้ว ฝีเท้าของดุคเจ้าแห่งผีดูดเลือดก็หยุดชะงักโดยพลัน
เข้าโบราณสถานกับชีวิตสิ่งใดสำคัญ แน่นอนว่าชีวิตสำคัญน่ะสิ!
บัดนี้ หญิงสาวที่สวมชุดสีเขียว รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นคนหนึ่งพุ่งมาหาเขาแล้ว
อากัปกิริยาของดุคแปรเปลี่ยน หญิงคนนี้มีพลังยุทธ์เพียงระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายเท่านั้น
หรือจะ…จัดการนางเสีย ชิงป้ายหยกมาแล้วตรงดิ่งเข้าโบราณสถาน
เขาอาจจะเอาชนะนักพรตที่ถือกระบี่สีนิลคนนั้นไม่ได้ แต่พลังชีวิตของเขาเหนือกว่าหมาป่าอนธการอักโข ต่อให้ถูกฟันสิบกว่าหนให้เจ็บปางตายก็ไม่วายชนม์ สู้ลองดูสักตั้ง ขอเพียงไม่ต้องประมือกับนักพรตที่ฆ่าหมาป่าเป็นพอ
แววตาของดุคเสมองนักพรตกระบี่สีนิล เห็นนักพรตคนนั้นไม่ขยับเขยื้อน แต่หญิงชุดเขียวเข้าประชิดตัวแล้ว…
ในที่สุดใบหน้าของเขาฉายความเด็ดเดี่ยว
ลุย!
หอกโลหิตของดุคก่อตัว ระเบิดพลังทั้งหมดที่มี ขว้างใส่หญิงชุดเขียวด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด
ชั่ววินาทีนั้น มิติทั้งผืนร้องหวีดหวิวเพราะถูกหอกโลหิตทิ่มแทง พลังปราณโหมซัดประหนึ่งคลื่นสมุทร
นี่เป็นการโจมตีสุดกำลังของเขา เพื่อจะทะลวงหัวใจของหญิงสาวคนนั้น!
หญิงสาวพลิกมือกระบี่ยาวปรากฏในมือ คมด้านหนึ่งเป็นเปลวไฟแผดเผานภา อีกด้านมีกระแสไฟแล่นพล่าน
เมื่อตวัดกระบี่ ฟ้าดินก็เปลี่ยนสี
ดุคเบิกตากว้าง ในใจพลันหวาดกลัวขึ้นมา จากนั้นพลังเพลิงอัสนีอันชวนให้พรั่นพรึงก็ทลายหอกโลหิตด้วยพลังทำ