สั่นสะเทือนเลือนลั่น
เถียนหลิงหลิงเข้าไปในประตูมิติแล้ว จากนั้นก็เป็นเหยาหมิงซีและหูก้วน
หลังจากที่หูก้วนและเหยาหมิงซีข้ามพ้นประตูมิติแล้ว พลังงานของค่ายกลป้องกันก็จวนแห้งเหือด พร้อมแตกทลายทุกเมื่อประดุจกระดาษบาง
อันหลินมองสี่คนที่เหลือแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ต่อไปใครจะไปก่อน”
ใบหน้างามสะคราญของสวีเสี่ยวหลานแต้มรอยยิ้มบางๆ “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ลูกไม้ตื้นๆ ของเจ้า”
อีกสามคนก็มองอันหลินด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
อันหลินเกาหัวอย่างเก้อเขิน “เช่นนั้น…ทุกคนจะสู้หรือ”
“คันมือตั้งนานแล้ว คิดว่าพวกเราน่ารังแกมากหรือไง”
ถังซีเหมินยิ้มสบายๆ มือกำกระบี่ไว้นานแล้ว
“ต้องยั้งมือไหม” เซวียนหยวนเฉิงชักกระบี่โบราณออกมาแล้วเอ่ยถาม
“พวกเขาถึงขั้นอยากฆ่าชิงทรัพย์แล้ว ปล่อยตัวตามสบายเถอะ ไม่ผิดกฎหมาย” อันหลินขำเบาๆ
ลำแสงสีดำฟาดลงมาดุจอัสนี ฉีกทำลายปราการสุดท้ายของค่ายกล
ขณะที่พวกอันหลินจะลงมือนั้น มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกครั้ง
เห็นนักพรตแดนมังกรที่มีพลังแก่กล้าห้าหกชีวิตไม่ลังเลอีกต่อไป พากันเหาะไปหาพวกอันหลินกันระนาว ยืนบนระนาบเดียวกับพวกเขา
“พวกนายรีบเข้าไป ขุมทรัพย์จะตกอยู่ในมือของอิทธิพลต่างชาติไม่ได้!” จอมอ้วนเฉินจิ่งเทียนพูดเสียงดังลั่น
“รีบเข้าไปในโบราณสถานให้ไว พวกเราจะจัดการที่นี่เอง!” นักพรตอีกคนพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่อันหลิน แม้แต่พวกเซวียนหยวนเฉิงก็รู้สึกตกใจไม่น้อยเช่นก