อนอุนจิ พวกเขาก็จะกินให้หมด!
หลิวเชียนฮ่วนเองก็วางมือถือลง นั่งลงข้างอันหลิน มองปลาใหญ่หลายตัวบนตะแกรงย่างอย่างสนอกสนใจ
วันนี้นางใส่ชุดกะลาสีรัดเอวชมพูฟ้า ผมสั้นสีชมพูถูกรวบขึ้นด้วยหนังยางสีอ่อนเป็นแกละน่ารักสองข้าง รับกับใบหน้าที่งามวิจิตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดูสดใสน่าดูชมยิ่งนัก
เสียดายที่แม้หลิวเชียนฮ่วนจะสะสวย แต่ในฐานะของกองหน้าปิ้งย่างกลางแจ้ง จรรยาบรรณอาชีพที่ดีงามก็ทำให้สายตาของอันหลินจดจ้องตะแกรงย่างตลอดเวลา
เขาพลิกบ่อยครั้ง หั่น โรยเครื่องปรุงแล้วพลิกอีกที…ท่าทางนั้นเรียกได้ว่าคล่องแคล่ว
“นี่…เครื่องปรุงนี่มันอะไรกัน”
“โอ้ กินได้หรือยัง หอมจังเลย!”
“ข้ามีน้ำมันผลร้อยปี ใส่ลงไปได้หรือไม่”
หลิวเชียนฮ่วนคิดว่าปิ้งย่างน่าสนใจ ทั้งพูดทั้งถามอยู่ข้างๆ ไม่หยุดหย่อน
ไม่นานปลาตัวแรกก็ย่างเสร็จ
หลิวเชียนฮ่วน หูก้วนและเหยาหมิงซีเลียริมฝีปาก
ทว่าอันหลินกลับเดินกระโหย่งนำปลาตัวแรกไปให้สวีเสี่ยวหลานที่นั่งทำสมาธิอยู่ไม่ไกลแทน
พอสวีเสี่ยวหลานเห็นปลาที่อันหลินส่งมา ก็รับมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “ขอบใจนะ!”
“ไม่เป็นไร หากเจ้าชอบ ข้าจะย่างให้เจ้าอีกตัวหนึ่ง!” อันหลินตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
จากนั้นเขาก็กลับไปย่างปลาที่เหลือต่ออย่างเริงร่า
หลิวเชียนฮ่วนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นัยน์ตาสีม่วงจ้องอันหลินเขม็ง “นี่ เจ้าลำเอียงจนออกนอกระบบสุริยะแล้ว ข้านั่งให้กำลังใจเจ้าอยู่นี่ตั้งค่อนวัน ปรากฏว่าปลาตัวแรกที่