ชั่ววินาทีที่อันหลินใกล้จะจุมพิตนั้น จู่ๆ ใบหน้างดงามของสวีเสี่ยวหลานก็ฉายวาบในสมองของเขา
ความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมา สลัดออกจากหัวไม่ได้
ไม่ได้ จูบแรกของเราจะมอบให้ผีดิบได้อย่างไร!
อันหลินหยุดนิ่งแล้ว
เขารู้สึกถึงอุณหภูมิเย็นเยียบที่พรูออกมาจากริมฝีปากแสนเย้ายวนที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม
ซ้ำยังเห็นความงุนงงและตกใจจากหญิงสาวใต้ร่างอีกด้วย
ครู่เดียวนัยน์ตาที่พร่าเลือนของเทพศพก็กลับมาคมชัดอีกครั้ง ไอเย็นจันทราสีน้ำเงินทั่วร่างกระจายตัวทันใด
อันหลินถูกพลังงานลูกนั้นสะเทือนจนกระเด็น เลือดเนื้อประหนึ่งจะถูกแช่แข็ง ร่างหล่นกระแทกพื้น
เทพศพลุกขึ้นยืน เนื้อตัวสั่นระริก หน้าอกขนาดใหญ่กระเพื่อมตามลมหายใจที่ถี่กระชั้น นัยน์ตาดำขลับจ้องอันหลินเขม็ง
สมรภูมิรบตกอยู่ในความเงียบอันชอบกลอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
พวกเขาล้วนแต่ไม่เข้าใจว่า ตอนนี้เหตุการณ์เป็นอย่างไรกันแน่
“ไม่เคยมีผู้ใดอาจหาญจู่โจมข้าเช่นนี้มาก่อน…”
เทพศพเค้นรอยยิ้มมีเสน่ห์ออกมา มือลูบริมฝีปากแผ่วเบา ทุกอิริยาบถล้วนงดงาม
“หนุ่มน้อยเจ้าช่างบ้าตัณหาใจกล้าเสียจริง เห็นแก่ที่เจ้าเร่าร้อนปานนี้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แล้วพบกันนะ…”
เสียงนุ่มนวลดังขึ้น เธอขยิบตาให้อันหลิน ส่งสายตาให้แล้วย่ำหมอกดำล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
“จะหนีไปไหน!” อันหลินลุกขึ้นจากพื้น ปีกสายลมสีขาวงอกออกจากแผ่นหลัง เตรียมจะไล่ตามไป
เขารู้ว่าเทพศพรู้ความแตกต่างทางความสามารถของทั้งคู่ด