ดียว
ช้าก่อน…ใช้พลังที่คนอื่นไม่รู้หรือ
ซูเฉี่ยนอวิ๋นหยุดฝีเท้า พลันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
ไม่รู้ว่าท้องนภาในบริเวณนี้เต็มไปด้วยพยับเมฆตั้งแต่เมื่อใด
“แม่หนู หยุดดูได้แล้ว ฝนจะตกแล้ว เรารีบไปสถานีตำรวจกันเถอะ” คุณน้าดึงซูเฉี่ยนอวิ๋น บ่นอุบว่า “พยากรณ์อากาศวิปริตชัดๆ ทั้งๆ ที่บอกว่าท้องฟ้าปลอดโปร่ง ตอนนี้กลับทำท่าว่าฝนจะตก”
ผู้คนบนท้องถนนก็พากันเร่งฝีเท้า บ่นอากาศกันพึม
ครืน!
จู่ๆ ก็มีเสียงฟ้าคำรามดังขึ้นบนท้องฟ้า
“เอ๊ะ ฟ้าร้องซะด้วย!”
คุณน้ายิ่งต้องเร่งฝีเท้าแล้ว คาดไม่ถึงว่าซูเฉี่ยนอวิ๋นจะยืนนิ่งอยู่กับที่ จ้องบริเวณที่ฟ้าผ่า
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีสายฟ้าหลายเส้นแหวกชั้นเมฆอย่างน่าสะพรึง
ครืน!
เสียงฟ้าคำรามที่รุนแรงกว่าเมื่อครู่ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวปานเสียงคำรามของอสูรบรรพกาล ทำเอาสาวๆ ที่ขวัญอ่อนตกใจจนร้องกริ๊ด
“คุณพระ นี่มันฟ้าร้องอะไรกัน เกินไปหน่อยหรือเปล่า” คุณน้าก็ตกใจจนสะดุ้งโหยงเช่นกัน
แต่ร่างบางของซูเฉี่ยนอวิ๋นกลับสั่นเทา นางสัมผัสได้ถึงคลื่นของพลังปราณฟ้าดิน!
มีคนกำลังส่งสัญญาณในบริเวณนี้หรือ!
“ขอบคุณ!”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นมองคุณน้าแล้วพูดด้วยความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง
“จู่ๆ แม่หนูมาพูดอะไรเอาตอนนี้” คุณน้าชะงักไปเล็กน้อย
ฝ่ามือขาวผุดผ่องของซูเฉี่ยนอวิ๋นลูบหลังคุณน้า กระแสอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งร่างกาย
คุณน้ารู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว ตกใจจนเบิกตากว้าง
ชั่วครู่ต่อมา ซ