ประมาณนี้ ความรู้สึกแบบนี้มันดีมากเลย และอันหลินก็ชอบมากด้วย
หลังส่งมอบความอบอุ่นแล้ว อันหลินก็หยิบชาเลื่องชื่อที่ซื้อจากแดนจิ่วโจวออกมา รวมลิ้มรสชากับพ่อ เถียนหลิงหลิงและชุยเจ๋อ
ทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะหิน พูดคุยเรื่องบำเพ็ญเพียร ประสบการณ์ที่พบพานในสองปีนี้
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็กายแห่งมรรคขั้นสิบแล้วล่ะสิ ใช้ได้นี่นา ก้าวหน้าไวทีเดียว!” อันหลินมองเถียนหลิงหลิงด้วยอากัปกิริยาที่ตกใจ
เถียนหลิงหลิงทำเสียงฮึดฮัดในลำคอเบาๆ ไม่ตอบอะไร
ความรวดเร็วของการเพิ่มระดับพลังยุทธ์ของนาง ต่อให้อยู่ในสำนักความร่วมมือบำเพ็ญเซียน ก็เป็นกลุ่มคนที่เก่งฉกาจอย่างยิ่งแล้ว แต่ต่อหน้าอันหลิน กลับสะเทือนใจจนไร้ซึ่งความกล้าแล้ว
ตอนแรกคิดว่าเมื่ออันหลินกลับมา จะรังแกเขาให้หนำใจ อย่างน้อยๆ ก็พอจะตามฝีก้าวของเขาทันแล้ว
ไหนเล่าจะรู้ว่าไม่พบกันสองปี ตนแตะประตูระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณอย่างยากเย็น แต่อันหลินใกล้เข้าระดับแปลงจิตแล้ว ความแตกต่างแบบนี้ ทำเอานางเครียดจนออกซิเจนจะพร่องแล้ว
“ในบรรดานักพรตรุ่นใหม่ของประเทศ เถียนหลิงหลิงเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดแล้วจริงๆ” ชุยเจ๋อก็เอ่ยชมเช่นกัน
“ที่ไหนกันละคะ อย่าลืมคุณลุงอันสิ” เถียนหลิงหลิงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าๆ ๆ ฉันลิมอันหมิงชวนไปซะสนิทเลย” ชุยเจ๋อหัวเราะชอบใจ “เขาเข้าวงการช้า แต่แนวโน้มกลับพุ่งแรงมาก ระวังจะโดนแซงนะ”
อันหมิงชวนกลับไม่สนใจเรื่องบำเพ็ญเพียร พอเขารู้ว่าอันหลินมาแดนมนุ