นจากปีหนึ่งและปีสอง นับว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในชั้นปีแล้ว จึงได้เปรียบทางด้านชื่อเสียง และถูกเลือกด้วยคะแนนที่ค่อนข้างสูงด้วยเช่นกัน
สิ่งที่จำต้องกล่าวถึงก็คือ นอกจากเหยาหมิงซีแล้ว หูก้วนก็เป็นแฟนคลับตัวยงของอันหลินเหมือนกัน
อันหลินมีแต่ถอนหายใจยาวอย่างอิดหนาระอาใจกับเรื่องนี้ เป็นเพราะตำนานรั้วสำนักบ้าๆ นั่นแท้ๆ!
เมื่อยืนยันสมาชิกแล้ว อันหลินก็ได้รับหน้าที่เป็นกัปตันอีกครั้ง
ทำไมหลิวเชียนฮ่วนถึงไม่ได้เป็นกัปตันทีมน่ะเหรอ
เพราะเธอมีประวัติน่ะสิ
ทุกคนมีเวลาหนึ่งวันในการเตรียมตัว เรื่องแรกที่อันหลินทำก็คือ ไปที่ราชวังดุสิต ให้ปรุงยาวิเศษยี่สิบกว่าเม็ดที่เหมาะสมกับพ่อ และให้หยินสี่ปรุงยาเซียนหยินหยางให้อีกหนึ่งเม็ด
ยาหยินหยางเป็นยาเซียนขั้นเจ็ด เขาใช้บัตรกำนัลยาเซียนใบสุดท้ายของเขาแลกยาเม็ดนี้
หลังเตรียมตัวพร้อมแล้ว เขาก็เอ่ยถามความเห็นจากเหล่าสัตว์เลี้ยง
“อืม…เข้าสุสานเซียนสวรรค์โส่วหยางไม่ได้ ไปเป็นตัวประกอบ เปิดโลกทัศน์เฉยๆ”
เสี่ยวหงโคลงศีรษะแดงก่ำไปมา พูดเสียงหวานว่า “ข้าเคยไปครั้งหนึ่งแล้ว สังเคราะห์แสงในแดนมนุษย์ร่วมร้อยปีแล้ว มีอะไรบ้างที่ไม่เคยพบเคยเห็น ไม่ไปแล้วดีกว่า”
เจ้าอัปลักษณ์ก็ส่ายหน้าเช่นกัน “ข้าเพิ่งบรรลุระดับแปลงจิตได้ไม่นาน อยากอาศัยพลังปราณที่เข้มข้นในละแวกเขาชมจันทร์ เสริมสร้างพลังยุทธ์ให้แข็งแกร่งก่อน ขอไม่ไปกับเจ้าดีกว่า”
อันหลินพยักหน้า หากพูดถึงสภาพแวดล้