ฝีเท้าที่รีบร้อนดังขึ้น ใบหน้าที่น่ารักแกมน่าเกรงขามของต้าไป๋ก็โผล่มาตรงหน้าอันหลิน
“ข้า…ข้าเป็นอะไรไป” อันหลินถามหน้ามุ่ย
ต้าไป๋แลบลิ้น “พี่อัน เจ้าปล่อยปรมาณู ระเบิดจอมปีศาจจนไม่เหลือแม้แต่ธุลี อหังการนัก! โฮ่ง!”
“ข้าถามว่า ข้าเป็นอะไรไป” อันหลินน้ำตาคลอ พูดต่อว่า “ยังมีทางรอดอยู่ไหม”
เขายกคอขึ้น สายตาเหลือบมองร่างกาย พบว่าถูกผ้าขาวพลันทั่วร่าง และมีค่ายกลรักษาสีขาวกำลังรักษาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ใจเย็นๆ ใจเย็นก่อน…ตอนที่เจ้าเพิ่งระเบิดต่างหากที่น่ากลัว เนื้อตัวดำเกรียม ขาหายไปข้างหนึ่งด้วยซ้ำ ทำข้ากับน้องสามตกใจจนคิดว่าเจ้าจบเห่แล้วเสียอีก!”
ต้าไป๋โคลงหัวทอดถอนใจ “แต่ถึงตอนนั้นเจ้าจะไม่ตาย แต่ก็ไม่ได้ดีเด่อะไร เหลือแค่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายแล้ว หากไม่ใช่เพราะเจ้าอัปลักษณ์ตัดสินใจฉับไว ฝืนกล่อมเกลาแหวนมิติของเจ้า จนเจอยาตะวันคราม ยาเซียนขั้นเก้าที่ชุบชีวิตคนได้ จึงให้เจ้ากินทันทีแล้วละก็…เจ้าอาจจะจบเห่ไปแล้วจริงๆ ก็ได้! โฮ่ง!”
อันหลินฟังเรื่องราวที่มีแต่ความพลิกผัน เมื่อเห็นว่าสองขาของตนยังอยู่ คงจะเป็นประสิทธิภาพของยาตะวันคราม
เขายังคงกังวลใจ “งั้นตอนนี้ข้าอยู่ในสภาวะไหนกันแน่”
ต้าไป๋เกาหัวแล้วกล่าวว่า “เจ้าถามข้า ข้าจะไปถามใครเล่า…อ้อ จริงสิ ตอนนี้เจ้าอัปลักษณ์ไปฝังเสี่ยวหลงแล้ว อย่างไรเสียก็ผ่านศึกมาด้วยกัน มันจากไปอย่างสงบมาก”
อันหลิน “…เสี่ยวหลงตายได้อย่างไร”
ต้าไป๋ถอนหายใจ “หม