ถูกเจ้ารังแกได้อย่างไร…” หยินอวี่บ่นเบาๆ
เสียงแผ่วเบา แต่อันหลินก็ได้ยินอยู่ดี
เขาขำเบาๆ “พี่ชื่ออู ชายผมสีแดงคนนั้นใช่ไหม”
หยินอวี่ชะงักไป แต่ก็พยักหน้า
“ข้าเจอเขาตรงทางออกของม่านแบ่งแดน ดูเหมือนเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาช่วยเจ้า แต่เตรียมตัวจะออกจากม่านแบ่งแดนนะ…” อันหลินกล่าว
ร่างอรชรของหญิงชุดขาวเสียการทรงตัว ราวกับข้อสันนิษฐานบางอย่างในใจได้รับการยืนยัน แต่นางยังคงยืนกรานอย่างดื้อรั้นว่า “ข้าไม่เชื่อ! เจ้าหลอกข้า! พี่ข้าจะทิ้งข้าไว้โดยไม่สนใจใยดีได้อย่างไร”
อันหลินยักไหล่ “ข้าหลอกเจ้าแล้วข้าจะมีข้าวกินหรือ อีกอย่าง หากข้าไม่เคยเจอพี่ชายเจ้าที่ทางออกม่านแบ่งแดน ข้าจะรู้หรือว่าพี่เจ้ามีผมสีแดง เจ้าโง่หรือไง”
ได้รับการกระทบกระเทือนจากสมบัติ จากการถูกทอดทิ้ง ตามมาด้วยทางสติปัญญา
ภายใต้การกระทบกระเทือนทั้งสามอย่าง ในที่สุดน้ำตาขององค์หญิงหยินอวี่ก็ทะลักออกมา
“ฮือๆ ๆ…พวกเจ้าใจร้าย พวกเจ้าทุกคนรังแกข้า ฮือ…”
นัยน์ตาของนางแดงก่ำ ร้องไห้ดุจดอกสาลี่ต้องน้ำฝน
สาวใช้สองคนรีบเข้าไปปลอบประโลมนางทันที แต่เปล่าประโยชน์ นางร้องไห้หนักกว่าเดิม
นางอ่อนต่อโลกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หาได้เคยพบเจอคนที่เฉยชา ถูกญาติมิตรทอดทิ้ง เกือบเอาตัวไม่รอดเช่นนี้ สมบัติก็ไม่เหลือ สติปัญญาก็อาจจะมีปัญหา…นางยิ่งคิดก็ยิ่งอยากร้องไห้
อันหลินไม่มีความคิดสงสารเห็นใจผู้หญิง นางอยากร้องไห้ก็ปล่อยให้นางร้อง เราอ่านตำราของเราไป
เข