ฉางเอ๋อยิ้มอย่างมีเลศนัย “ตอนนั้นเลือดของเจ้าแห้งขอด ถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่ในโลงเย็นพันธนาการจิต เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้าย แม้แต่ผู้รู้แจ้งหยินสี่แห่งสรวงสวรรค์ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว”
“ภายหลังซูซูมาขอร้องให้ข้าช่วยเจ้าที่วังจันทรา เพราะการวิงวอนร้องขอของนาง ข้าถึงได้ตัดสินใจปรุงเม็ดยาสรรสร้างชีวิตขึ้นมา เสริมด้วยพลังแห่งแสงจันทร์ ถึงได้ช่วยชีวิตเจ้าไว้ได้”
“นี่เป็นความจริงที่พวกเจ้ารู้ แต่พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า มีคนหนึ่งที่มาพบข้าก่อนซูเฉี่ยนอวิ๋น และเป็นเพราะการมาของเขา ถึงทำให้ข้าตัดสินใจยอมทุ่มเทมหาศาล ช่วยนักพรตน้อยที่ยังไม่เคยพบหน้าอย่างเจ้า”
เมื่ออันหลินได้ฟัง ก็รู้แล้วว่ามาถึงสาระสำคัญแล้ว สาเหตุที่แท้จริงที่ฉางเอ๋อยอมช่วย กลับเป็นเพราะคนอีกคนงั้นเหรอ
“เป็นใครกันแน่” ตาอันหลินลุกวาว หัวใจเต้นตึกตัก ตื่นเต้นอย่างยิ่ง
ดวงเนตรของฉางเอ๋อสุกใส จ้องชายหนุ่มข้างกายแล้วเอ่ยนิ่งๆ ว่า “คนที่เชื้อเชิญข้า ทำให้ข้ายอมทุ่มเทมหาศาลเพื่อช่วยเจ้าโดยไม่ลังเล ต่อให้จักรพรรดิสวรรค์ออกหน้าก็ไม่ได้ผล เจ้าลองเดาดูสิว่าจะมีใครอีก”
จักรพรรดิสวรรค์ก็ทำไม่ได้งั้นเหรอ
อันหลินนิ่งอึ้ง ในสมองขาวโพลน
ตอนแรกเขาคิดว่าอาจจะเป็นผู้อำนวยการ ไม่ก็เป็นผู้เที่ยงแท้ลึกลับที่มอบระบบให้กับเขา แต่ฉางเอ๋อกลับบอกว่าแม้แต่จักรพรรดิสวรรค์ก็ทำไม่ได้ บุคคลที่สูงส่งกว่าจักรพรรดิสวรรค์งั้นเหรอ จักรพรรดิสวรรค์ก็เป็นเจ้าแห่งเก้าแค