ห้ลุ่มหลงอย่างแท้จริง ประหนึ่งเทพธิดาสวรรค์เก้าชั้นฟ้า
อันหลินคิดว่าตนเคยพบเห็นเทพธิดามานักต่อนัก มีแรงต้านทานนานแล้ว ทว่าเมื่อเขาเห็นดวงหน้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ งดงามดุจเทพนิรมิต ก็ตะลึงงันอยู่กับที่ ลืมพูดไปเสียสนิท
“พี่ฉางเอ๋อ สหายอันหลินรวบรวมหินวิญญาณได้ไม่น้อย จึงนำมาตอบแทนพระคุณที่ท่านช่วยชีวิตไว้ในวันนั้นโดยเฉพาะ” ซูเฉี่ยนอวิ๋นยิ้ม ชิงพูดขึ้นก่อน
อันหลินตื่นจากภวังค์ และพูดอย่างนอบน้อมเช่นเดียวกันว่า “ข้าน้อยอันหลิน ขอบพระคุณท่านที่เคยช่วยเหลือ วันนี้ข้าน้อยรวบรวมหินวิญญาณได้พอสมควรแล้ว ใช้มันแสดงความขอบคุณ หวังว่าท่านจะรับไว้”
“กาลเวลาผันผ่าน วันเวลาเนิ่นนาน ข้าก็ยังมองไม่เห็นสีสันของแผ่นดินผืนนี้อยู่ดี…”
เสียงเย็นเยียบของฉางเอ๋อดังขึ้น ดวงเนตรสุกใสปรากฏท้องฟ้ากว้างใหญ่เวิ้งว้าง ส่ายหน้าน้อยๆ
อันหลินกะพริบตาปริบๆ เมื่อได้ฟัง
นางพูดอะไรน่ะ
อันหลินงุนงงนิดหน่อย เขาไม่รู้ว่าฉางเอ๋อได้ยินที่เขาพูดหรือไม่ เขาควรจะทำอย่างไรต่อ ต้องพูดซ้ำอีกรอบหรือไม่
“พี่ฉางเอ๋อหมายความว่า นางเบื่อมาเป็นเวลานานแล้ว” ซูเฉี่ยนอวิ๋นลอบส่งกระแสจิตอธิบายให้อันหลินฟัง
อันหลินกระจ่างใจโดยพลัน รู้สึกว่าผู้สูงศักดิ์พูดจาไม่ธรรมดาจริงๆ หากไม่มีความสามารถมากพอจะฟังไม่รู้เรื่อง
จากนั้นเขาก็ส่งกระแสจิตให้ซูเฉี่ยนอวิ๋นปานเจอความหวังสุดท้าย “ดูเหมือนนางจะไม่ได้ตอบเรื่องหินวิญญาณของข้า ข้าควรทำอย่างไรดี”
“เห็นได้