ฉางเอ๋อในสภาพแบบนี้ นางก็ยังสามารถพูดคุยอย่างสนุกสนานได้ สื่อถึงความสามารถในการเข้าใจอย่างยิ่ง…
ซูเฉี่ยนอวิ๋นเปลี่ยนจากเด็กผู้หญิงที่ไม่มีพรสวรรค์ทางด้านภาษา แม้แต่ภาษาจีนกับภาษาอังกฤษก็เรียนไม่ได้เลยคนนั้น เป็นไต้ซือทางด้านภาษาที่แม้แต่อันหลิน อาจารย์ของเธอยังต้องชื่นชม!
อันหลินถึงขั้นเกิดความรู้สึกว่า ซูเฉี่ยนอวิ๋นที่งดงามไร้เดียงสาคนนั้นต่างหากที่เป็นพี่สาวของฉางเอ๋อ นางกำลังเกลี้ยกล่อมน้องที่สติไม่ดีอย่างมีน้ำอดน้ำทนอยู่…
“มีเพียงจันทราเหนือตำหนักที่รักใคร่ห่วงใย ยังสาดส่องแสงกระทบดอกไม้ร่วงโรย ข้าเป็นดุจจันทรา ชมดอกไม้ในฝัน”
เมื่อฉางเอ๋อพูดจบ ใบหน้าก็ฉายความเจ็บปวดจางๆ ดูน่าสงสาร ทำให้อันหลินอยากจะคว้านางเข้ามาในอ้อมกอดเมื่อเห็น
แน่นอนว่า ชีวิตงดงามปานนี้ อันหลินไม่มีทางรนหาที่ตาย
เมื่อซูเฉี่ยนอวิ๋นได้ฟังก็ตะลึงงัน จากนั้นถามอย่างตกใจว่า “ท่านคิดเช่นนี้จริงหรือ”
ฉางเอ๋อพยักหน้า จากนั้นก็ส่ายหน้า
อันหลินเพิ่งเคยเห็นสีหน้าตกใจแบบนี้ของซูเฉี่ยนอวิ๋นเป็นครั้งแรก จึงอดส่งกระแสจิตถามอย่างสงสัยไม่ได้ “เมื่อครู่ฉางเอ๋อว่าอย่างไรหรือ”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นพูดหน้าเคร่งขรึมว่า “พี่ฉางเอ๋อบอกว่านางสมบูรณ์แบบเกินไป แม้จะมีคนมาเกี้ยวอย่างล้นหลาม แต่ล้วนเป็นคนที่มีเป้าหมายอื่น ยากจะพบคนที่จริงจังจริงใจ และไม่มีคนที่ถูกตาต้องใจนางจริงๆ”
“นางรู้สึกอ้างว้าง นางยังพูดอีกว่า…นางอยากมีความรัก!”